Last updated: 26 ต.ค. 2569 | 16 จำนวนผู้เข้าชม |
เลข 27 คือสิ่งที่ทัพพาราไทยพกไปญี่ปุ่น เลข 19 คือสิ่งที่ติดตัวกลับมา
ถ้าอ่านแค่สองตัวเลขนี้ คุณอาจสรุปได้ทันทีว่าเป็นการเดินทางที่พลาดเป้า และคุณก็พูดถูกครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ในรายละเอียดที่ตัวเลขรวมไม่เคยเล่า
เอเชียนพาราเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโกย่า ปิดฉากเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ทีมไทยได้ 19 เหรียญทอง 40 เหรียญเงิน และ 66 เหรียญทองแดง รวม 125 เหรียญ จบอันดับ 7 ของตาราง รองจากจีน ญี่ปุ่น อุซเบกิสถาน อินเดีย เกาหลีใต้ และอิหร่าน ขณะเดียวกันก็เป็นที่หนึ่งของอาเซียน เหนืออินโดนีเซีย เป้าที่ตั้งไว้คือ 27 ทอง ขาดไป 8 เหรียญ
เรื่องที่น่าสนใจกว่าคือ 8 เหรียญที่ขาดไปนั้นไปอยู่ที่ไหน

ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยบอกว่า นักกีฬาที่ได้เหรียญมีมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดที่ส่งไป และหลายรายการแพ้ในรอบชิงชนะเลิศอย่างหวุดหวิด ฟังดูเหมือนคำปลอบใจที่ผู้บริหารพูดกันทุกครั้งที่ไม่ถึงเป้า แต่ตัวเลขเหรียญเงิน 40 เหรียญ ยืนยันประโยคนั้นได้ดีกว่าคำพูดใดๆ เหรียญเงินคือเหรียญที่มาถึงหน้าประตูแล้วยังเข้าไปไม่ได้ ไม่มีใครอยากได้ แต่ไม่มีใครได้มาง่ายๆ
ลองดูวันสุดท้าย ฟันดาบวีลแชร์ดาบเซเบอร์ทีมผสม ไทยเจอเกาหลีใต้ในรอบชิง ทีมประกอบด้วย สายสุนีย์ จ๊ะนะ, ฐิติรัตน์ เพ็งประสิทธิพงศ์, บุญศิริ สนิทหมื่นไวย และชิติพัทธ์ เจริญตา ผลออกมา 20-15 เป็นเหรียญทองที่ 19 และเป็นเหรียญทองสุดท้ายของทีมไทยในมหกรรมนี้ ไม่มีจังหวะพลิกนาทีสุดท้ายให้เขียนเป็นหนัง มีแค่ทีมที่ทำงานของตัวเองจนจบ

แต่ชื่อสายสุนีย์ไม่ใช่ชื่อที่เพิ่งผ่านมา ก่อนหน้านั้นเธอเคยได้เหรียญเงินในรายการหนึ่ง หลังพ่ายเกาหลีใต้ เธอไม่ได้ถือคำว่าเกือบกลับบ้าน เธอกลับมาคว้าทองดาบเซเบอร์ แล้วปิดท้ายด้วยทองประเภททีม ถ้าต้องหาตัวอย่างของคำว่าเรียนรู้จากความพ่ายแพ้ที่ไม่ต้องอาศัยคำพูดสวยหรู เรื่องนี้ก็ใช่
ที่ลู่วิ่ง อธิวัฒน์ แพงเหนือ ทำเวลาเท่าสถิติโลกวีลแชร์เรซซิ่ง 100 เมตรชาย คลาส T54 ร่วมกับนักกีฬาจากโปรตุเกส ซ้อมมาหลายปี วิ่งเพียงไม่กี่วินาที ได้ตัวเลขเท่ากับดีที่สุดในโลกพอดี เท่ากัน ไม่ใช่ดีกว่า
อมรเทพ ผลปันนะ คว้าทองวิ่ง 100 เมตร รุ่น T38 และได้รับเกียรติให้ถือธงชาติไทยในพิธีปิด ส่วนที่บอคเซีย วิษณุ ฮวดประดิษฐ์ คว้าทองเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน และนำทีมบอคเซียไทยขึ้นอันดับหนึ่งของการแข่งขัน ห้าสมัยติดต่อกัน ในกีฬาที่ลูกหนึ่งลูกต้องหยุดห่างจากเป้าไม่กี่เซนติเมตร ความสม่ำเสมอแบบนี้ไม่ได้มาจากพรสวรรค์อย่างเดียว

และถ้าอยากรู้ว่าอนาคตหน้าตาเป็นอย่างไร ให้ดูนิธิกร เจียมพิริยะกุล นักว่ายน้ำที่ลงแข่งครั้งแรก ได้ 2 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง ทั้งทีมมีนักกีฬาหน้าใหม่เกือบครึ่ง นี่คือสิ่งที่ตัวเลขอันดับ 7 บอกไม่ได้ ทีมที่เพิ่งผ่านงานใหญ่ครั้งแรกของนักกีฬาครึ่งหนึ่ง แล้วยังจบเหนือเพื่อนบ้านทุกคนในอาเซียน
อย่าลืมคนที่ยืนบนโพเดียมอันดับสองและสาม บอคเซียทีมผสม BC1/BC2 ได้เหรียญเงินหลังแพ้อินโดนีเซีย 3-11 ฟันดาบเซเบอร์ทีมชายได้ทองแดงหลังชนะฮ่องกง 30-10 พวกเขาไม่ได้ขึ้นพาดหัว แต่พวกเขาคือเหตุผลที่ตัวเลขรวมเป็น 125
จะพูดเรื่องเงินก็ไม่ผิดอะไร กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเตรียมจ่ายภายใน 7 วันหลังจบเกมส์ เหรียญทอง 1,000,000 บาท เหรียญเงิน 500,000 บาท และเหรียญทองแดง 250,000 บาท ตัวเลขเหล่านี้คือคำขอบคุณที่จับต้องได้ แต่เงินไม่ใช่สิ่งที่พาใครไปถึงเส้นชัย สิ่งที่พาไปคือเช้าที่ต้องตื่นไปซ้อมทั้งที่ไม่มีใครดู

ข้างหน้ายังมีงานอีกเยอะ กกท. บอกว่าจะสนับสนุนการฝึกซ้อมต่อเนื่อง ไปสู่อาเซียนพาราเกมส์ 2027 ที่มาเลเซีย และพาราลิมปิกเกมส์ 2028 ที่ลอสแอนเจลิส
กลับมาที่เลข 27 อีกครั้ง เป้าหมายที่สูงเกินมือเอื้อมนิดเดียวไม่ใช่ความผิดพลาด มันคือเส้นที่บอกว่าทีมนี้กล้าตั้งไว้เหนือกว่าที่ทำได้ จากนั้นจึงมีงานให้ทำต่อ ทีมที่ตั้งเป้าต่ำแล้วทำถึงอาจไม่เคยรู้ว่าตัวเองไปได้ไกลแค่ไหน ทีมที่ตั้งเป้าสูงแล้วทำไม่ถึงอย่างน้อยรู้ตำแหน่งของตัวเองอย่างชัดเจน
ทอง 19 เหรียญไม่ใช่เรื่องเล็ก ส่วนเงิน 40 เหรียญคือการบ้านที่ต้องกลับไปแก้
สุดท้ายแล้ว ตัวเลขที่ดีที่สุดในรายงานทั้งหมดอาจไม่ใช่ 19 หรือ 27 แต่เป็น 70 เปอร์เซ็นต์ คือจำนวนนักกีฬาที่ไปแล้วไม่กลับมามือเปล่า และอีก 30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็ไม่ได้หายไปไหน พวกเขาเรียนรู้บางอย่างที่เหรียญไม่ได้บอก และสี่ปีข้างหน้าก็ยังมีโอกาสให้พิสูจน์ว่าพวกเขาเรียนรู้จริงหรือเปล่า