Last updated: 14 ต.ค. 2569 | 30 จำนวนผู้เข้าชม |
ตัวเลขที่ฟังดูเรียบง่ายที่สุดของเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโกย่า คือเลข 18 นั่นคือจำนวนเหรียญทองที่ทัพไทยกลับบ้านพร้อมกัน เมื่อรวมกับเหรียญเงิน 13 และเหรียญทองแดง 21 ไทยได้เหรียญทั้งหมด 52 เหรียญ จบอันดับ 7 ของตารางเหรียญ และเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน เป้าหมายที่การกีฬาแห่งประเทศไทยตั้งไว้คือ 15 ทอง ผลที่ออกมาจึงเกินเป้าไปถึง 3 เหรียญ
แต่ตัวเลขชุดนี้ซ่อนเรื่องที่น่าสนใจกว่าไว้ เมื่อวางเทียบกับเอเชียนเกมส์ครั้งก่อนๆ จะเห็นว่าไทย "เก่งขึ้น" และ "บางขึ้น" ได้พร้อมกัน
เริ่มจากภาพรวมย้อนหลัง ที่อินชอน 2014 ไทยได้ 12 ทอง 7 เงิน 28 ทองแดง รวม 47 เหรียญ จบอันดับ 6 ที่จาการ์ตา 2018 ได้ 11 ทอง 16 เงิน 46 ทองแดง รวม 73 เหรียญ จบอันดับ 12 ที่ฮังโจว 2023 ได้ 12 ทอง 14 เงิน 32 ทองแดง รวม 58 เหรียญ จบอันดับ 8 และครั้งนี้ 18 ทอง 13 เงิน 21 ทองแดง รวม 52 เหรียญ อันดับ 7 เมื่อเทียบกับฮังโจว เหรียญทองเพิ่มขึ้น 6 เหรียญ หรือราว 50 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เหรียญรวมลดลง 6 เหรียญ เพราะเหรียญเงินและทองแดงรวมกันลดจาก 46 เหลือ 34
อีกมุมหนึ่งคือสัดส่วน ที่ฮังโจว เหรียญทองคิดเป็นประมาณ 21 เปอร์เซ็นต์ของเหรียญทั้งหมด ครั้งนี้ขึ้นมาเป็นประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ พูดง่ายๆ คือเมื่อนักกีฬาไทยขึ้นไปถึงรอบชิง โอกาสที่จะเป็นผู้ชนะสูงขึ้นกว่าเดิม ตารางเหรียญจัดอันดับด้วยจำนวนทองเป็นหลัก และ 18 ทองเป็นสถิติสูงสุดเป็นอันดับสองของไทยตลอดกาล รองจาก 24 ทองในปี 1998 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพเอง และเป็นผลงานที่ดีที่สุดในการแข่งนอกบ้าน
ลองดูว่าทองมาจากไหน กรีฑา 3 ทอง เทคบอล 3 ทอง ตะกร้อ 2 ทอง เรือใบ 2 ทอง และอย่างละ 1 ทองจากแบดมินตัน วอลเลย์บอลชายหาด มวยสากล ขี่ม้าประเภททีม อีสปอร์ต ยิวยิตสู มวยผสม (MMA) และเทควันโด
เรื่องที่ควรหยุดอ่านที่สุดคือกรีฑา ภูริพล บุญสอน หรือ "บิว" ชนะทั้ง 100 เมตรและ 200 เมตร โดยทองหลังเป็นสถิติเอเชียนเกมส์ใหม่ และเป็นทองวิ่ง 200 เมตรแรกของไทยในรอบ 52 ปี เขายังได้รางวัลนักกีฬาชายยอดเยี่ยม (MVP) เป็นคนไทยคนแรกและเป็นนักกีฬาจากอาเซียนคนแรกที่ได้รางวัลนี้ ส่วนโจชัว โรเบิร์ต แอตกินสัน เป็นคนไทยคนแรกที่ชนะ 400 เมตรชาย กรีฑาคือ "กีฬาแม่" ของโอลิมปิก ทองในลู่วิ่งจึงบอกถึงรากฐานมากกว่าโชคช่วย
เรื่องราวของ "ครั้งแรก" ก็เต็มไปหมด กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ได้ทองแบดมินตันชายเดี่ยวรายการแรกของไทยในเอเชียนเกมส์ ขี่ม้าประเภททีมได้ทองครั้งแรกนับจากปี 1998 ณัฐณิชา จงโปรงกลาง หรือ "โฟกัส" เป็นนักชกหญิงไทยคนแรกที่ได้ทองเอเชียนเกมส์ ทั้งที่เธอถูกน็อกดาวน์ในยกสองก่อนลุกขึ้นมาชนะคะแนน 4-1 คู่วอลเลย์บอลชายหาดหญิงไทยปิดฉากการรอคอย 28 ปี ด้วยการชนะจีน 2-1 เซต หลังจากเสียเซตสอง และโซเฟีย เกล มอนต์โกเมอรี คว้าทองเรือใบ ILCA6 พร้อมโควตาไปโอลิมปิก 2028
ในทางกลับกัน ถ้าจะมองหาข้อควรระวัง มีอย่างน้อยสามข้อ ข้อแรก ชั้นรองบางลง เหรียญเงินและทองแดงที่ลดลงหมายความว่าจำนวนนักกีฬาที่ "เกือบถึง" และ "ใกล้เคียง" ลดลง ข้อสอง ทองบางส่วนมาจากกีฬาที่ยังใหม่หรือไม่อยู่ในโอลิมปิก เช่น เทคบอลที่เพิ่งเปิดตัวในเอเชียนเกมส์ อีสปอร์ตและ MMA ซึ่งการเป็นผู้เริ่มก่อนให้ความได้เปรียบจริง แต่ความได้เปรียบแบบนี้หมดอายุเร็วหากคู่แข่งตามทัน ข้อสาม ทองกอล์ฟที่เคยได้ที่ฮังโจวไม่อยู่ในรายชื่อทองครั้งนี้ ซึ่งเตือนว่าความสำเร็จในกีฬาหนึ่งไม่ได้รับประกันครั้งต่อไป และควรระวังการเทียบตรงๆ เพราะจำนวนรายการและชนิดกีฬาแต่ละครั้งไม่เท่ากัน
มีข้อมูลที่ให้กำลังใจอยู่ด้วย นักกีฬา 694 คนจาก 43 ชนิดกีฬาลงแข่ง ในจำนวนนี้ 153 คนได้เหรียญ และจากนักกีฬาหน้าใหม่ 355 คน มี 61 คนได้เหรียญ หรือประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ สายพานผลิตนักกีฬารุ่นใหม่จึงยังเดินอยู่ การกีฬาแห่งประเทศไทยบอกว่าจะทบทวนกีฬาที่พลาดเป้า และเริ่มเตรียมนักกีฬาสู่ลอสแอนเจลิส 2028 แล้ว
แล้วเราเรียนรู้อะไรได้บ้าง ข้อแรก ความสม่ำเสมอชนะความบังเอิญ ทองของบิวมาจากการฝึกซ้อมที่ต่อเนื่องหลายปี ไม่ใช่การพุ่งขึ้นมาในคืนเดียว ข้อสอง การล้มไม่ใช่จุดจบ โฟกัสถูกน็อกดาวน์แล้วลุกขึ้นมาชนะ คู่ชายหาดแพ้เซตสองแล้วกลับมาชนะเซตสาม ข้อสาม ความสำเร็จต้องมีคนต่อ ถ้าไม่ดูแลชั้นรอง ทองรุ่นนี้ก็อาจเป็นยอดสูงสุดของกราฟมากกว่าจุดเริ่มต้น
เหรียญทองคือสัญลักษณ์ของวันที่ทุกอย่างลงตัว แต่เบื้องหลังเหรียญหนึ่งเหรียญคือปีแล้วปีเล่าของการซ้อม การแพ้ และการเริ่มใหม่ ตัวเลข 18 ทองจึงไม่ได้เป็นแค่คะแนนในตาราง แต่เป็นหลักฐานว่าความพยายามที่ต่อเนื่องให้ผลจริง และงานที่เหลือคือทำให้ผลนั้นยืนยาวพอจะส่งไปถึงลอสแอนเจลิส
5 ต.ค. 2569