สแตนลีย์คัพ ถ้วยเดียวที่สลักชื่อทุกคนไว้ตลอดกาล

Last updated: 16 ก.ย. 2569  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สแตนลีย์คัพ ถ้วยเดียวที่สลักชื่อทุกคนไว้ตลอดกาล

เช้าวันหนึ่งในปี 1996 ทารกตัวน้อยชื่อเจด เลอเฟบวร์ ถูกอุ้มลงไปนอนในอ่างเงินใบหนึ่ง พ่อของเธอบอกว่านี่คือ "พิธีศักดิ์สิทธิ์" ปัญหาเดียวคืออ่างเงินใบนั้นไม่ใช่อ่างอาบน้ำ มันคือถ้วยสแตนลีย์คัพ ถ้วยแชมป์ NHL ที่พ่อของเธอเพิ่งคว้ามาหมาดๆ

ใช่ครับ ถ้วยรางวัลที่ผู้ชายตัวโตยกน้ำหนักได้เป็นสิบกิโลใบนี้ เคยถูกใช้เป็นอ่างศีลจุ่ม เคยใส่ซีเรียลอบเชยให้นักกีฬากินตอนเช้า เคยจมอยู่ก้นสระว่ายน้ำของมาริโอ เลอมิเยอซ์อยู่พักหนึ่งเพราะทรงกระบอกของมันดูดน้ำเก่ง จนต้องผลัดกันดำน้ำงมขึ้นมา แล้วในปี 1924 ทีมมอนทรีออล คาเนเดียนส์ ก็เคยทำมันหล่นอยู่ข้างถนนตอนแวะเปลี่ยนยางรถ กว่าจะนึกได้ว่าลืมถ้วยไว้ก็ขับไปถึงงานเลี้ยงฉลองแล้ว



เรื่องพวกนี้ฟังดูเหมือนมุกตลกในหนัง แต่มันคือเรื่องจริงทั้งหมด และมันทำให้สแตนลีย์คัพกลายเป็นถ้วยรางวัลที่มีบุคลิกแปลกประหลาดที่สุดในโลกกีฬา ทว่าเบื้องหลังความฮานั้น มีเรื่องที่จริงจังกว่าที่คิดซ่อนอยู่

ย้อนกลับไปปี 1892 ลอร์ดสแตนลีย์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ประจำแคนาดา หลงรักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งเข้าอย่างจัง จึงควักเงินส่วนตัวราว 50 ดอลลาร์แคนาดา ไปสั่งทำถ้วยเงินใบเล็กๆ จากลอนดอน โดยตั้งใจให้เป็น "ถ้วยท้าชิง" หมุนเวียนมอบให้ทีมฮอกกี้สมัครเล่นที่เก่งที่สุดของแคนาดาในแต่ละปี เขาไม่เคยเห็นถ้วยใบนี้ถูกมอบให้ใครด้วยตาตัวเอง เพราะต้องเดินทางกลับอังกฤษก่อน แต่ถ้วยเล็กๆ ใบนั้นก็อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ กลายเป็นถ้วยรางวัลที่เก่าแก่ที่สุดที่นักกีฬาอาชีพในอเมริกาเหนือยังแย่งชิงกันอยู่

สิ่งที่ทำให้สแตนลีย์คัพต่างจากถ้วยแชมป์ทุกใบในโลก ไม่ใช่ทองคำหรือคริสตัลแวววาว แต่เป็นกฎง่ายๆ ข้อเดียว นั่นคือชื่อของนักกีฬา โค้ช และเจ้าหน้าที่ทุกคนในทีมแชมป์จะถูกสลักลงบนตัวถ้วยแบบถาวร ไม่มีวันลบ ไม่มีวันเปลี่ยน นี่คือถ้วยรางวัลกีฬาอาชีพเพียงใบเดียวในโลกที่ทำแบบนี้ ถ้วยฟุตบอลโลกสลักแค่ปีและชื่อประเทศ ถ้วยเทนนิสแกรนด์สแลมสลักแค่ชื่อแชมป์คนเดียว แต่สแตนลีย์คัพให้เกียรตินักกีฬาสำรอง เทรนเนอร์ แม้แต่เจ้าหน้าที่ดูแลอุปกรณ์ ทุกคนที่ทุ่มเทมาทั้งฤดูกาลได้จารึกชื่อตัวเองไว้ในโลหะเงินแท้ตลอดกาล



แต่ถ้วยใบเดียวจะสลักชื่อได้ไม่รู้จบก็คงกลายเป็นเสาเงินสูงจรดเพดาน ทาง NHL เลยแก้ปัญหาด้วยระบบแถบหมุนเวียนทุก 13 ปี แถบวงแหวนบนสุดที่เต็มไปด้วยชื่อจะถูกปลดเก็บเข้าหอเกียรติยศฮอกกี้ในโตรอนโต แล้วเสริมแถบเปล่าใหม่เข้าไปด้านล่าง หมุนวนแบบนี้มาเกือบร้อยปี จนถึงวันครบรอบ 125 ปีของถ้วยเมื่อปี 2017 มีชื่อคนถูกสลักไปแล้วกว่า 3,177 ชื่อ ในจำนวนนั้นเป็นนักกีฬาจริงๆ ถึง 1,331 คน และมีช่างแกะสลักมืออาชีพทำหน้าที่นี้ต่อกันมาแค่ 4 คนตลอดประวัติศาสตร์ ใช้ค้อนพิเศษตอกตัวหมายเลขและตัวอักษรลงบนโลหะเงินทีละตัวด้วยมือ ไม่ใช่เครื่องพิมพ์

อีกประเพณีที่แปลกไม่แพ้กันคือ "ผู้พิทักษ์ถ้วย" เจ้าหน้าที่จากหอเกียรติยศที่ต้องคอยเดินทางไปกับถ้วยทุกที่ทุกเวลา เพราะทุกฤดูร้อนหลังจบซีซั่น นักกีฬาแต่ละคนในทีมแชมป์จะได้สิทธิ์ครอบครองถ้วยเป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม จะพาไปกินข้าวกับยาย จะพาไปให้เพื่อนบ้านถ่ายรูป หรือจะพาไปใส่ซีเรียลกินตอนเช้าอย่างที่แบรด มาร์แชนด์เคยทำ ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน นี่คือเหตุผลที่ถ้วยใบนี้ผ่านสนามหญ้า สระว่ายน้ำ และข้างถนนมาแล้วนับไม่ถ้วน



พอมองย้อนกลับไป เรื่องฮาๆ ทั้งหมดที่เล่ามากลับไม่ได้ทำให้ถ้วยใบนี้ดูตลกโปกฮาไปเสียหมด ตรงกันข้าม มันทำให้เห็นว่าคุณค่าที่แท้จริงของรางวัลไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามหรือราคา แต่อยู่ที่ความหมายที่คนคนหนึ่งใส่ลงไปในมัน นักกีฬาฮอกกี้ทุกคนรู้ดีว่ากว่าจะได้ชื่อตัวเองสลักบนถ้วยใบนี้ ต้องผ่านการฝึกซ้อมนับพันชั่วโมง ความเจ็บปวดนับไม่ถ้วน และวินัยที่ไม่มีวันหยุดพัก ชื่อที่สลักไว้จึงไม่ใช่แค่ตัวอักษรบนโลหะ แต่เป็นหลักฐานถาวรของความพยายามทั้งชีวิตที่ไม่มีใครลบออกไปได้ แม้แต่คนที่เคยทำถ้วยตกสระว่ายน้ำ

ครั้งต่อไปที่เห็นถ้วยรางวัลสักใบ ไม่ว่าจะเป็นถ้วยคริสตัลบนโต๊ะทำงาน หรือถ้วยแชมป์ที่ตั้งโชว์ในตู้ ลองนึกถึงสแตนลีย์คัพดู แล้วจะเข้าใจว่าทำไมรางวัลถึงมีความหมายมากกว่าการเป็นแค่วัตถุชิ้นหนึ่ง มันคือที่เก็บความทรงจำของความมุ่งมั่นที่ไม่มีวันจางหาย ต่อให้เอาไปใส่ซีเรียลกี่ครั้งก็ตาม

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้