Last updated: 11 ก.ย. 2569 | 3 จำนวนผู้เข้าชม |
ในปี 1954 นักวิ่งชาวอังกฤษชื่อโรเจอร์ แบนนิสเตอร์ ทำในสิ่งที่แพทย์และนักวิทยาศาสตร์การกีฬาทั่วโลกเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ นั่นคือการวิ่ง 1 ไมล์ให้จบภายในเวลาต่ำกว่า 4 นาที ก่อนหน้านั้นนักวิ่งระดับโลกพยายามกันมานานหลายสิบปีแต่ไม่มีใครทำได้ จนหลายคนเชื่อว่าร่างกายมนุษย์มีขีดจำกัดทางกายภาพอยู่ที่ 4 นาทีพอดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นน่าสนใจยิ่งกว่า ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี มีนักวิ่งอีกอย่างน้อย 4 คนทำเวลาต่ำกว่า 4 นาทีได้สำเร็จ คำถามคือ ร่างกายของนักวิ่งเหล่านั้นพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดในชั่วข้ามคืนได้อย่างไร

คำตอบที่นักจิตวิทยาการกีฬาเชื่อกันมาจนถึงทุกวันนี้คือ กำแพงนั้นไม่เคยเป็นกำแพงทางร่างกายตั้งแต่แรก มันคือกำแพงที่มนุษย์สร้างขึ้นในความคิดของตัวเอง เมื่อมีคนคนแรกพิสูจน์ว่าเป็นไปได้ กำแพงในหัวของคนอื่นก็พังทลายตามไปด้วย
เรื่องเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นในวงการไตรกีฬาไทย เมื่อ แพท - พรรณภัทร กระรัญเพชร เข้าเส้นชัยการแข่งขัน IRONMAN Kalmar-Sweden ระยะเต็ม ว่ายน้ำ 3.8 กิโลเมตรในทะเลบอลติก ปั่นจักรยาน 180 กิโลเมตรข้ามสะพานโอลันด์สองรอบ และวิ่งมาราธอน 42.2 กิโลเมตรเข้าเส้นชัยที่จัตุรัสสตอร์ทอร์เยตกลางเมืองคาลมาร์ ด้วยเวลาต่ำกว่า 11 ชั่วโมง กลายเป็นนักไตรกีฬาหญิงไทยคนแรกที่ทำได้สำเร็จในสนามนี้
ตัวเลข "11 ชั่วโมง" ฟังดูอาจไม่มีความหมายพิเศษอะไรสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับคนในวงการไตรกีฬาระยะไกล มันคือเส้นแบ่งทางจิตวิทยาที่ไม่ต่างจาก 4 นาทีของแบนนิสเตอร์ เพราะการจบ IRONMAN ระยะเต็มให้ต่ำกว่า 11 ชั่วโมงต้องอาศัยความสม่ำเสมอของทั้งสามช่วงพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ทำเวลาดีในช่วงใดช่วงหนึ่ง พลาดจุดใดจุดหนึ่งเพียงไม่กี่นาทีก็อาจทำให้หลุดจากตัวเลขนี้ได้ทันที

สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือเส้นทางที่พาแพทมาถึงจุดนี้ ย้อนไปปี 2022 เธอยังเป็นเพียงนักไตรกีฬาสมัครเล่นที่จบอันดับ 2 หญิงในการแข่งขัน VNG IRONMAN 70.3 เวียดนามที่ดานัง ด้วยเวลา 5 ชั่วโมง 12 นาที ซึ่งเป็นระยะครึ่งหนึ่งของ IRONMAN เต็มรูปแบบ สองปีถัดมาในปี 2024 เธอกลับมาคว้าตำแหน่งนักกีฬาหญิงไทยอันดับ 1 โดยรวมในศึก IRONMAN 70.3 บางแสน และในปีนี้เธอก็ก้าวข้ามกำแพงระยะเต็มที่คาลมาร์ได้สำเร็จ
นี่ไม่ใช่เรื่องราวของพรสวรรค์ที่ปรากฏขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่คือสิ่งที่ มัลคอล์ม แกลดเวลล์ เคยอธิบายไว้ในหนังสือ Outliers ว่าความสำเร็จที่ดูเหมือนก้าวกระโดดแท้จริงแล้วคือผลสะสมของการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน แต่ละครั้งที่ลงแข่งไม่ใช่แค่การชิงตำแหน่ง แต่คือการเก็บข้อมูลกับตัวเอง เรียนรู้จังหวะการกินระหว่างแข่ง จังหวะการพักบนอาน จังหวะลมหายใจตอนขาหนักที่กิโลเมตรที่ 30 ของการวิ่ง สิ่งเหล่านี้ไม่มีทางลัด ต้องผ่านสนามจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่านั้นจึงจะเรียนรู้ได้

สภาพอากาศที่คาลมาร์เองก็ไม่ใช่มิตรกับนักกีฬาเสมอไป ทะเลบอลติกในเดือนสิงหาคมอาจดูสงบในภาพถ่าย แต่คลื่นลมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สะพานโอลันด์ที่ทอดยาวเหนือทะเลก็ขึ้นชื่อเรื่องลมกระโชกด้านข้างที่ทำให้จักรยานเสียการทรงตัวได้ง่าย นักไตรกีฬาที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแบบยุโรปเหนือจึงมักเสียเวลาตรงจุดนี้มากกว่าช่วงอื่นของสนาม ไม่ใช่เพราะร่างกายไม่ฟิต แต่เพราะขาดความคุ้นเคย และนี่คือจุดที่วินัยในการซ้อมและความสามารถในการปรับตัวกลายเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริงมากกว่าพรสวรรค์ล้วนๆ
สิ่งที่แกลดเวลล์ชี้ให้เห็นเสมอในงานเขียนของเขาคือ ความสำเร็จของคนคนหนึ่งมักไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เกิดจากบริบทแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการฝึกฝนซ้ำๆ อย่างมีคุณภาพ ก่อนหน้านี้ผลงานของแพทที่บางแสนและดานังอาจดูเหมือนเป็นเพียงบันไดขั้นเล็กๆ แต่แท้จริงแล้วมันคือการวางรากฐานที่จำเป็นสำหรับกำแพงที่ใหญ่กว่าในเวลาต่อมา

และเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นหลังแบนนิสเตอร์ทำลายกำแพง 4 นาที คำถามที่น่าติดตามต่อจากนี้ไม่ใช่ว่าแพทจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่คือจะมีนักไตรกีฬาหญิงไทยอีกกี่คนที่มองเห็นตัวเลข 11 ชั่วโมงแล้วรู้สึกว่ามันเอื้อมถึงได้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะเมื่อกำแพงในหัวถูกทำลายลงครั้งหนึ่งโดยคนที่จับต้องได้ มันมักไม่กลับไปสร้างใหม่ได้ง่ายๆ อีกแล้ว
เส้นทางของแพทจึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของถ้วยรางวัลหรือเหรียญที่แขวนคอ แต่คือบทพิสูจน์ว่าเส้นแบ่งที่เราคิดว่าเป็นขีดจำกัดตายตัวนั้น บางครั้งก็เป็นเพียงเส้นที่รอใครสักคนก้าวข้ามไปก่อน เพื่อให้คนที่เหลือมองเห็นว่ามันไม่ได้ไกลเกินเอื้อมอย่างที่เคยคิดไว้
