ไขความลับเหรียญทองโอลิมปิก ทองคำแท้มีอยู่แค่ไหน?

Last updated: 4 ก.ย. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ไขความลับเหรียญทองโอลิมปิก ทองคำแท้มีอยู่แค่ไหน?

เคยเห็นนักกีฬาโอลิมปิกยืนยิ้มแล้วเอาเหรียญทองกัดหน้ากล้องไหมครับ ท่านั้นดูขลังมาก เหมือนกำลังพิสูจน์ว่า "นี่ทองแท้นะ ไม่เชื่อกัดดูสิ" แต่ถ้าคุณลองกัดจริงๆ (อย่าทำเลยนะ เหรียญมันแพงและนักกีฬาจะโกรธ) สิ่งที่ฟันคุณสัมผัสส่วนใหญ่ไม่ใช่ทองคำหรอกครับ มันคือเงินแท้ๆ เกือบทั้งเหรียญเลยด้วยซ้ำ

ใช่ครับ ผมไม่ได้พิมพ์ผิด "เหรียญทอง" โอลิมปิกที่นักกีฬาทั่วโลกยอมทุ่มทั้งชีวิตเพื่อให้ได้มันมาสักเหรียญ จริงๆ แล้วแทบไม่มีทองคำอยู่เลย กติกาของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) กำหนดไว้ชัดว่าเหรียญทองต้องทำจากเงินบริสุทธิ์อย่างน้อย 92.5 เปอร์เซ็นต์ แล้วเคลือบทองคำแท้บางๆ ทับไว้อีกทีแค่ประมาณ 6 กรัม คิดเป็นสัดส่วนแค่ราวๆ 1-1.5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเหรียญทั้งหมดเท่านั้น พูดง่ายๆ คือถ้าเหรียญทองโอลิมปิกเป็นเค้ก ทองคำก็คงเป็นแค่เชอร์รี่เม็ดเดียวที่แปะอยู่บนสุด ส่วนเนื้อเค้กทั้งก้อนคือเงินล้วนๆ


แล้วทำไมเขาไม่ทำเหรียญทองแท้ๆ ไปเลยล่ะ คำตอบคือเขาเคยทำมาแล้วครับ ครั้งสุดท้ายที่โลกได้เห็นเหรียญทองโอลิมปิกแบบทองคำแท้ล้วนๆ คือที่สตอกโฮล์ม เกมส์ปี 1912 หลังจากนั้นทองคำแท้ทั้งเหรียญก็กลายเป็นเรื่องที่แพงเกินจะทำไหวสำหรับทุกเจ้าภาพ แถมทองคำบริสุทธิ์ยังนิ่มมาก นิ่มจนถ้าเอาไปให้นักกีฬากัดแรงๆ ตามธรรมเนียมถ่ายรูป เหรียญอาจจะเป็นรอยฟันจริงๆ ไม่ใช่แค่มุขตลกอีกต่อไป

ว่าแต่ทำไมนักกีฬาถึงชอบกัดเหรียญกันนักหนา หลายคนเข้าใจว่าเป็นการทดสอบว่าทองแท้หรือทองปลอม แบบเดียวกับที่คนโบราณกัดเหรียญทองคำเพื่อดูรอยบุ๋ม แต่ความจริงแล้วธรรมเนียมนี้ไม่ได้เกิดจากนักกีฬาเลยสักนิด มันเกิดจากช่างภาพข่าวที่เบื่อจะถ่ายภาพนักกีฬายืนยิ้มเฉยๆ ซ้ำๆ ทุกสี่ปี เลยขอให้ลองกัดดูสักหน่อยเพื่อให้ได้ภาพที่มีชีวิตชีวาขึ้น พอภาพนั้นออกไปแล้วดูสนุก นักกีฬารุ่นต่อๆ มาก็ทำตามกันจนกลายเป็นธรรมเนียมโดยไม่มีใครตั้งใจ

เอาเข้าจริง เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าเหรียญทองโอลิมปิก "ปลอม" หรือด้อยค่าแต่อย่างใด เพราะถ้าคิดเป็นมูลค่าโลหะล้วนๆ เงินหนักขนาดนั้นก็ไม่ใช่ของถูกอยู่ดี แต่สิ่งที่ทำให้เหรียญเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ถึง 10 เซนติเมตรใบนี้มีค่ามหาศาลจริงๆ ไม่ใช่ราคาทองในตลาดโลก แต่คือเรื่องราวเบื้องหลังมันต่างหาก เป็นเรื่องของการตื่นตี 4 ไปซ้อมว่ายน้ำก่อนไปโรงเรียนติดต่อกันสิบกว่าปี เป็นเรื่องของอาการบาดเจ็บที่ต้องกลับมาฝึกใหม่นับร้อยครั้ง เป็นเรื่องของวินัยที่ไม่มีใครเห็นในวันที่ยังไม่มีใครรู้จักชื่อเรา นักกีฬาคนหนึ่งเคยพูดไว้ประมาณว่า เหรียญนี้หนักแค่ไม่กี่ร้อยกรัม แต่มันแบกเรื่องราวของทั้งชีวิตเอาไว้ ซึ่งเป็นน้ำหนักที่เครื่องชั่งไหนก็วัดไม่ได้


ทีนี้พอเทียบกับเหรียญเงินและเหรียญทองแดงบ้าง เหรียญเงินนั้นตรงไปตรงมาที่สุด เพราะทำจากเงินบริสุทธิ์ 92.5 เปอร์เซ็นต์เหมือนกันเป๊ะ เพียงแต่ไม่มีการเคลือบทองคำทับ ส่วนเหรียญทองแดงส่วนใหญ่ก็ทำจากทองแดงผสมสังกะสีและดีบุกในสัดส่วนต่างๆ ตามแต่ละเจ้าภาพจะออกแบบ ดีไซน์ของเหรียญเปลี่ยนไปทุกครั้งที่โอลิมปิกเปลี่ยนเมืองเจ้าภาพ แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือลวดลายพวงหรีดใบลอเรลที่หยิบยืมมาจากกรีกโบราณ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็น "รางวัล" เดียวที่นักกีฬาโอลิมปิกยุคดั้งเดิมจะได้รับ ไม่มีเหรียญ ไม่มีเงินรางวัล มีแค่ใบไม้สวมหัวแล้วเดินกลับบ้านไปเป็นตำนานประจำหมู่บ้าน

ตรงนี้แหละที่ทำให้เรื่องเหรียญทองไม่ทองแท้กลายเป็นเรื่องน่ารักขึ้นมาแทนที่จะน่าผิดหวัง เพราะตั้งแต่ยุคกรีกโบราณจนถึงยุคที่มีการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมไปทั่วโลก แก่นแท้ของรางวัลไม่เคยอยู่ที่วัสดุ แต่อยู่ที่ "ความหมาย" ที่คนคนหนึ่งใส่เข้าไปในตัวมันต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นใบลอเรลที่เหี่ยวได้ภายในไม่กี่วัน หรือเหรียญเงินชุบทองที่ราคาโลหะอาจจะแค่หลักพันหลักหมื่นบาท แต่มันคือสัญลักษณ์แทนความพยายามที่ประเมินค่าไม่ได้เลยสักบาทเดียว

เรื่องนี้ยังสอนอะไรบางอย่างให้กับคนทำงานด้านรางวัลอย่างเราด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นถ้วยคริสตัลแวววาว โล่อะคริลิคใสกริบ หรือเหรียญรางวัลวิ่งที่แจกกันเป็นพันเหรียญในงานมาราธอนหนึ่งงาน คุณค่าที่แท้จริงของมันไม่เคยขึ้นอยู่กับว่าวัสดุแพงแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่ามันถูกมอบให้ในโมเมนต์ไหนของชีวิตใครสักคน เป็นโมเมนต์ที่คนคนนั้นข้ามผ่านความเหนื่อย ความท้อ และวันที่อยากเลิกมานับไม่ถ้วน แล้วสุดท้ายก็ยังเดินมาถึงเส้นชัยได้จนได้

ครั้งหน้าถ้าคุณเห็นนักกีฬาโอลิมปิกยกเหรียญทองขึ้นกัดหน้ากล้องอีก ลองยิ้มไปกับเขาเงียบๆ แล้วนึกในใจว่า สิ่งที่เขากำลังกัดอยู่นั้นอาจจะเป็นเงินเสียมากกว่าทอง แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังรอยยิ้มนั้น ทองคำทั้งโลกก็ซื้อไม่ได้เหมือนกัน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้