Last updated: 26 ส.ค. 2569 | 8 จำนวนผู้เข้าชม |
สนามพิกเคิลบอลที่โรงเรียนภาษาอังกฤษสันติสุขไม่มีอัฒจันทร์ ไม่มีป้ายไฟ ไม่มีเสียงประกาศชื่อนักกีฬาก้องลำโพง มีแค่เสียงลูกพลาสติกเจาะรูกระทบหน้าไม้ดังป็อก ป็อก สลับจังหวะกับเสียงรองเท้าลากบนพื้นคอนกรีต และเสียงหัวเราะของคนที่อายุตั้งแต่สิบเก้าถึงเกินห้าสิบ ยืนรอคิวเข้าแข่งอยู่ริมรั้วกั้นสนามชั่วคราว
ที่นี่คือจุดที่กีฬาซึ่งแทบไม่มีใครในไทยรู้จักเมื่อสิบกว่าปีก่อน เดินทางมาถึงหมุดหมายที่ไม่เคยมีมาก่อน การแข่งขัน "พิกเคิลบอลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569" คือรายการชิงแชมป์ระดับประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกในนามประเทศไทย มีนักกีฬาจาก 24 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่กรุงเทพฯ ปทุมธานี ชลบุรี ไปจนถึงเชียงใหม่ น่าน แพร่ และนครศรีธรรมราช สมัครเข้าร่วมกว่า 120 คน จนเกือบเต็มทุกรุ่นที่เปิดรับ

เรื่องราวเริ่มต้นเล็กกว่านี้มาก ย้อนไปกว่าทศวรรษ กลุ่มคนกลุ่มเล็ก ๆ ในนาม "ชมรมสันติสุขพิกเคิลบอล" หยิบไม้ตีและลูกพลาสติกเจาะรูมาเล่นกันเองในสนามแบบไม่มีใครคาดคิดว่าวันหนึ่งมันจะกลายเป็นกีฬาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ปี 2020 ความพยายามต่อเนื่องนั้นถูกยกระดับเป็น "สมาคมไทยพิคเคิลบอล" และในที่สุดก็ได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทยให้เป็นสมาคมกีฬาพิกเคิลบอลแห่งแรกของประเทศ ภายใต้ชื่อ "สมาคมกีฬาไทยพิกเคิลบอล"
นภจร ยนตรรักษ์ นายกสมาคมฯ พูดถึงเป้าหมายของทุกก้าวที่ผ่านมาอย่างตรงไปตรงมาว่า สมาคมมุ่งมั่นพัฒนานักกีฬาและบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนกีฬาชนิดนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและไปให้ถึงความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ คำพูดสั้น ๆ นั้นฟังดูเหมือนเป้าหมายมาตรฐานขององค์กรกีฬาทั่วไป แต่สำหรับกีฬาที่เพิ่งมีอายุอย่างเป็นทางการไม่ถึงหกปี มันคือคำมั่นที่ต้องแลกด้วยการสร้างทุกอย่างขึ้นมาจากศูนย์ ทั้งกติกา มาตรฐานสนาม ระบบจัดอันดับ และความเชื่อมั่นของคนที่ยังไม่รู้จักชื่อกีฬานี้ด้วยซ้ำ

ความน่าสนใจของรายการปีนี้ไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขผู้สมัคร แต่อยู่ที่การเปิดประเภท "วีลแชร์" หรือ Para Pickleball เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่สนามศูนย์กีฬาเบญจกิติ กรุงเทพฯ เป็นการขยายพื้นที่ของกีฬาให้กว้างขึ้นไปพร้อมกับความเข้มข้นของตัวกีฬาเอง สะท้อนว่าการเติบโตของวงการไม่ได้วัดกันแค่จำนวนผู้เล่น แต่วัดกันที่ใครบ้างที่ถูกเปิดพื้นที่ให้เข้ามาร่วมวงได้
ขณะที่สนามในประเทศกำลังคึกคัก อีกฟากหนึ่งของภูมิภาค นักกีฬาทีมชาติไทยห้าคนเดินทางไปร่วมศึก APP Kuala Lumpur Open 2026 ที่มาเลเซีย ภายใต้เครือข่ายการแข่งขันของ Association of Pickleball Players จากสหรัฐอเมริกา หนึ่งในเวทีระดับอาชีพที่มีมาตรฐานสูงที่สุดของกีฬาชนิดนี้ในโลก ทีมไทยลงแข่งในประเภทคู่ผสมรุ่น 19 ปีขึ้นไป ชายคู่รุ่น 35 ปีขึ้นไป และหญิงเดี่ยวรุ่น 50 ปีขึ้นไป
ผลที่ออกมาคือความสำเร็จที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่ในสายตาโลก แต่มีน้ำหนักมากสำหรับวงการที่เพิ่งตั้งไข่ ต่อภูมิ ทองสินธพ และจีรฉัตร เพิ่มพูนพร้อม คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับสอง หรือเหรียญทองแดง ในประเภทชายคู่รุ่น 35 ปีขึ้นไป นับเป็นเหรียญรางวัลระดับนานาชาติที่พิสูจน์ว่านักกีฬาจากประเทศที่กีฬานี้เพิ่งมีชื่อเป็นทางการไม่ถึงหกปี สามารถยืนแลกแต้มกับนักกีฬาจากประเทศที่พิกเคิลบอลเป็นกีฬายอดนิยมมานานได้

ย้อนกลับไปที่จุดกำเนิดของกีฬาชนิดนี้ในปี 1965 บนเกาะเบนบริดจ์ใกล้เมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา มันเริ่มจากไม้ตีปิงปองเก่า ลูกพลาสติกเจาะรู และสนามแบดมินตันที่ไม่มีใครใช้ในบ่ายวันหนึ่งที่เด็ก ๆ ในบ้านไม่มีอะไรเล่น หกสิบปีให้หลัง มันกลายเป็นหนึ่งในกีฬาที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก และเส้นทางของพิกเคิลบอลไทยก็เดินตามจังหวะเดียวกัน จากไม้ตีในสนามเล็ก ๆ ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง สู่การยืนอยู่บนตารางแข่งขันระดับนานาชาติ
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าจดจำไม่ใช่แค่เหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญ แต่คือระยะทางที่ต้องเดินเพื่อได้มันมา จากชมรมเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก สู่การได้รับรองอย่างเป็นทางการ จากสนามเดียวสู่ยี่สิบสี่จังหวัด จากการเล่นเพื่อสนุกสู่การยืนเป็นตัวแทนประเทศบนเวทีที่มีมาตรฐานระดับโลกวัดผล ทุกก้าวเหล่านี้ต้องอาศัยความอดทนขององค์กรที่เชื่อในสิ่งที่ยังไม่มีใครเห็นค่า และวินัยของนักกีฬาที่ฝึกซ้อมโดยไม่มีเวทีใหญ่รองรับมาก่อน
เหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญอาจดูเล็กเมื่อวางเทียบกับแชมป์โลกในกีฬาระดับตำนาน แต่สำหรับวงการที่เพิ่งเริ่มนับหนึ่งอย่างเป็นทางการ มันคือหลักฐานที่จับต้องได้ว่าเส้นทางที่เลือกเดินมาถูกทาง และเป็นแรงผลักดันให้คนรุ่นต่อไปเชื่อว่าถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัลบนเวทีโลกไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
