ถอดรหัส HYROX เกมการตลาดที่พาฟิตเนสกลายเป็นกระแสโลก

Last updated: 17 ส.ค. 2569  |  21 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ถอดรหัส HYROX เกมการตลาดที่พาฟิตเนสกลายเป็นกระแสโลก

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถ้าคุณขับรถผ่านศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แล้วเห็นคนหน้าแดงก่ำลาก Sled หนักอึ้งเหมือนกำลังเข็นตู้เย็นข้ามถนน อย่าเพิ่งตกใจ นั่นไม่ใช่การประท้วง แต่คือ BYD HYROX Bangkok 2026 ที่จัดยาวถึง 4 วัน (13-16 สิงหาคม) และมีคนสมัครแข่งทะลุ 20,000 คน มากกว่าตอนมีนาคมที่ผ่านมาเกือบ 14% กลายเป็นงาน HYROX ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดมาในเอเชีย


เอาจริงนะ ถ้าเมื่อ 5 ปีก่อนมีใครบอกผมว่าจะมีคนไทยสองหมื่นคนยอมจ่ายเงินเพื่อไปวิ่ง 8 กิโลเมตร สลับกับการยกกระสอบทราย ลาก Sled และปาลูกบอลใส่กำแพง 100 ครั้งโดยสมัครใจ ผมคงหัวเราะแล้วบอกให้ไปนอนพัก แต่นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ HYROX น่าสนใจกว่ากีฬาทั่วไป มันไม่ได้ขายชัยชนะ มันขายอย่างอื่นที่ฉลาดกว่านั้นมาก

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจตัวเกมกันก่อน HYROX คือการแข่งฟิตเนสที่มีรูปแบบมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก วิ่ง 1 กิโลเมตรสลับกับสถานีออกกำลังกาย 8 สถานี ทั้ง SkiErg พายเรือ ลาก-ดัน Sled แบกกระสอบทราย และปาลูกบอลใส่ผนัง ใครก็ลงแข่งได้ตั้งแต่มือใหม่ยันนักกีฬาอาชีพ เพราะกติกาเดียวกันหมด นี่คือกุญแจข้อแรกที่ทำให้มันไม่เหมือนกีฬาอื่น

ทีนี้มาถึงส่วนที่ผมชอบที่สุด คือเบื้องหลังการตลาดของบริษัทนี้ HYROX เริ่มจากงานเล็กๆ ที่ฮัมบูร์กปี 2017 คนสมัคร 700 คน ผ่านมาไม่กี่ปีฤดูกาล 2025/2026 มีนักกีฬาทั่วโลกร่วมแล้ว 1.5 ล้านคน และคาดว่าปี 2026 ทั้งปีจะแตะ 2.5 ล้านคน ประธานฝ่ายการเติบโตของ HYROX ถึงกับพูดว่า "ใหญ่กว่ามาราธอนทั่วโลกรวมกันเสียอีก" รายได้ก็โตตาม จาก 40 ล้านปอนด์ เป็น 140 ล้านปอนด์ในปีเดียว โดยรายได้หลักมาจากค่าสมัครแข่งขันตรงๆ 55-65% ไม่ต้องพึ่งค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเหมือนกีฬาดั้งเดิม


กลยุทธ์ที่ฉลาดที่สุดของ HYROX คือการไม่ทำการตลาดแบบยิงโฆษณาลงสื่อใหญ่ แต่ปลูกฐานจากยิม เขามีเครือข่ายยิมพันธมิตรกว่า 15,000 แห่งทั่วโลก และกำลังโตเดือนละ 5-6% ยิมเหล่านี้ได้โควตาตั๋วครึ่งหนึ่งของทุกงานไปขายให้สมาชิก แปลว่าเจ้าของยิมกลายเป็นทีมขายให้ HYROX โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องจ้าง ไม่ต้องบรีฟ เพราะโค้ชเทรนเนอร์ทุกคนอยากให้ลูกค้าตัวเองไปแข่งแล้วโพสต์ IG แท็กยิมตัวเอง ผลคือยอด impression บน Instagram รวมกันหลักหมื่นล้านครั้ง โดยที่ HYROX แทบไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเอง

อีกไม้ตายคือความขาดแคลนที่จงใจสร้างขึ้น ตั๋วงานใหญ่แบบกรุงเทพฯ ขายหมดไว จน Douglas Gremmen เล่าว่าทีมงานเห็นยอดขายพุ่งทุกวันพฤหัสถึงจันทร์จนต้องยิ้มไม่หุบ ความรู้สึก "ถ้าไม่รีบซื้อจะพลาด" นี่แหละที่ทำให้คนไม่รอ และยิ่งขายหมดไว ยิ่งดูมีค่า ยิ่งอยากได้

สิ่งที่ทำให้ HYROX ไม่เหมือนงานวิ่งทั่วไปอีกอย่างคือมันไม่ได้ขายแค่การแข่งขัน แต่ขายทั้งสุดสัปดาห์ งานที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้มี HYROX House โซนพักผ่อนพรีเมียมพร้อมดนตรีสด มี Recovery Lounge ที่มีทั้ง Ice Bath ซาวน่า บ่อน้ำร้อน และปิดท้ายด้วยปาร์ตี้ทางการชื่อ Station 9 ที่ Tribe Sky Beach Club พูดง่ายๆ คือ HYROX เปลี่ยนการแข่งกีฬาให้กลายเป็นเทศกาลไลฟ์สไตล์ที่คนอยากมาทั้งที่ไม่ได้ลงแข่งด้วยซ้ำ


แล้วทำไมแบรนด์ใหญ่ถึงยอมเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ อย่างที่ BYD เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักในไทย หรือ Puma กับ Red Bull ในระดับโลก คำตอบคือ HYROX แก้ปัญหาที่วงการฟิตเนสมีมานาน คืออุตสาหกรรมนี้กระจัดกระจายมาก ไม่มีจุดรวมคนที่ชัดเจนให้แบรนด์เข้าถึง แต่ HYROX สร้างเวทีเดียวที่รวมคนรักสุขภาพหลักล้านคนไว้ในที่เดียว พร้อมข้อมูลประชากรที่ชัดเจน แบรนด์เลยยอมจ่ายเพื่อซื้อสิทธิ์อยู่ตรงนั้น

ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ งานกรุงเทพฯ ครั้งนี้ยังเป็นสนามคัดตัวอย่างเป็นทางการสู่ PUMA HYROX World Championships 2027 ที่ฮ่องกง ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ชิงแชมป์โลกจัดในเอเชียแปซิฟิก และเบื้องหลังยังมีข่าวว่ากองทุน L Catterton สนใจเข้าลงทุน ขณะที่ HYROX เองก็วางเป้าอยากเป็นกีฬาโอลิมปิกให้ได้ภายในปี 2032

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ HYROX ปังจริงๆ ไม่ใช่แค่ฟอร์แมตการแข่งที่สนุก แต่คือมันเข้าใจว่าคนยุคนี้ไม่ได้ซื้อ "การออกกำลังกาย" อย่างเดียว แต่ซื้อ "เรื่องราวที่เอาไปเล่าต่อได้" เหรียญ finisher ที่ห้อยคอตอนถ่ายรูปลง IG คือของรางวัลที่มีค่าทางสังคมพอๆ กับถ้วยแชมป์ระดับโลก และนั่นคือบทเรียนที่ผู้จัดงานหรือองค์กรไทยๆ เอาไปปรับใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นงานวิ่งบริษัท งานกีฬาสี หรือการแจกรางวัลประจำปี ถ้าอยากให้คนพูดถึงต่อ ของรางวัลต้องมีค่าพอที่คนอยากถ่ายรูปโชว์ ไม่ใช่แค่ใบประกาศที่เก็บเข้าลิ้นชัก

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้