ตะกร้อไทยทวงแชมป์โลก ISTAF World Cup 2026 เฉือนเมียนมา

Last updated: 5 ส.ค. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ตะกร้อไทยทวงแชมป์โลก ISTAF World Cup 2026 เฉือนเมียนมา

เสียงตะกร้อกระทบเท้าดังก้องอยู่ในโรงยิมที่กัวลาลัมเปอร์ ก่อนจะเงียบลงเป็นเสี้ยววินาที แล้วก็ปะทุขึ้นอีกครั้งเป็นเสียงเชียร์ที่ดังจนสั่นสะเทือนอัฒจันทร์ นั่นคือจังหวะที่ลูกตะกร้อลูกสุดท้ายตกลงบนพื้นสนามฝั่งเมียนมา และทีมชาติไทยก็รู้ทันทีว่าพวกเขาได้กลับมายืนอยู่บนจุดที่คุ้นเคยที่สุดในโลกกีฬาประเภทนี้อีกครั้ง


การแข่งขัน "ISTAF Sepaktakraw World Cup 2026" ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไม่ใช่แค่ทัวร์นาเมนต์ธรรมดา แต่เป็นเวทีที่ตะกร้อไทยแบกความคาดหวังไว้เสมอ เพราะตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา คำว่า "แชมป์โลกตะกร้อ" กับคำว่า "ทีมชาติไทย" แทบจะเป็นคำพ้องความหมายกัน แต่ในโลกกีฬาที่ทุกชาติต่างพัฒนาฝีเท้าขึ้นทุกปี การรักษาบัลลังก์ไม่เคยเป็นเรื่องง่าย และการ "ทวงแชมป์" กลับคืนมาก็ยิ่งต้องแลกด้วยความมุ่งมั่นที่มากกว่าเดิม

เส้นทางสู่ถ้วยรางวัลของทีมไทยในปีนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทีมต้องฝ่าฟันคู่แข่งทีละด่าน จากชัยชนะเหนือบรูไน 2-0 เซต ไปจนถึงการเอาชนะเกาหลีใต้ 2-0 เซตในรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะขึ้นมาเจอกับเมียนมาที่ก็ไม่ธรรมดา เพราะเดินทางมาไกลถึงรอบชิงชนะเลิศเช่นกัน นัดชิงชนะเลิศประเภททีมเดี่ยวชายที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 จึงเต็มไปด้วยความตึงเครียดตั้งแต่ลูกแรก


ในสนาม สามนักตะกร้อตัวจริงของไทย พรเทพ ถิ่นบางบน ผู้รับหน้าที่เสิร์ฟ พร้อมด้วยจตุพล ศิริอาจ และมฤคินทร์ พันธ์มกร ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเหนียวแน่น ขณะที่กฤษณพงศ์ นนทะโคตร และธนพล ทรัพย์เย็น รอเป็นกำลังสำรองอยู่ข้างสนาม ทุกจังหวะการเสิร์ฟ ทุกการกระโดดโหม่งข้ามตาข่าย ทุกการหยัดหลังเพื่อฟาดลูกตะกร้อด้วยส้นเท้า ล้วนเป็นผลจากการฝึกซ้อมนับพันชั่วโมงที่ไม่มีใครเห็น

ผลการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะ 2-1 เซตของฝ่ายไทย เป็นชัยชนะที่ต้องใช้ทั้งฝีเท้าและใจสู้ในทุกแต้ม เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ภาพที่ปรากฏคือนักกีฬาไทยวิ่งเข้ากอดกันกลางสนาม บางคนทรุดตัวลงนั่งด้วยความโล่งใจปนดีใจ เป็นภาพที่บอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าตัวเลขบนกระดานคะแนน



สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามวงการเซปักตะกร้ออย่างใกล้ชิด ถ้วยรางวัล ISTAF World Cup อาจเป็นเพียงถ้วยใบหนึ่งในหลายร้อยใบที่หมุนเวียนอยู่ในโลกกีฬา แต่สำหรับนักกีฬาที่เติบโตมากับกีฬาชนิดนี้ตั้งแต่เด็ก ถ้วยใบนี้คือสัญลักษณ์ของศักดิ์ศรีชาติ เป็นเครื่องยืนยันว่าเซปักตะกร้อยังคงเป็นกีฬาที่ประเทศไทยภาคภูมิใจที่สุดชนิดหนึ่ง และเป็นเครื่องเตือนใจว่าทุกความสำเร็จล้วนเริ่มต้นจากสนามซ้อมเล็กๆ ที่ไม่มีใครมองเห็น

ท่ามกลางกระแสข่าวกีฬาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปทุกวัน เรื่องราวของตะกร้อไทยในค่ำคืนนั้นที่กัวลาลัมเปอร์ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจง่ายๆ ว่า ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมักไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากการไม่ยอมแพ้ในวินาทีที่ยากที่สุด และถ้วยรางวัลที่ยกขึ้นเหนือหัวในคืนนั้น คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดของคำว่า "ทวงแชมป์คืนมา"

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้