Last updated: 29 พ.ค. 2569 | 13 จำนวนผู้เข้าชม |
ฟุตบอลโลก 2026 — ทุกเรื่องน่าจับตาก่อนนัดเปิดสนาม 11 มิถุนายน
เจาะประเด็นที่โลกกำลังจับตา ก่อนการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกจะเริ่มต้นขึ้น
ฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2026 ทั่วอเมริกาเหนือ ใน 3 ประเทศเจ้าภาพ คือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก รวม 48 ทีม และ 104 นัด เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
โครงสร้างการแข่งขัน — ใหม่ทั้งหมด
รอบแบ่งกลุ่มจัดระหว่าง 11-27 มิถุนายน 48 ทีมแบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม ทุกทีมเล่น 3 นัด อันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่มผ่านเข้ารอบ 32 ทีมโดยอัตโนมัติ พร้อมกับอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 8 ทีม จาก 12 กลุ่ม รวมเป็น 32 ทีม เข้าสู่รอบ Knockout
กลุ่มทั้ง 12 — ทีมใหญ่อยู่ที่ไหน
เกมที่น่าจับตาในรอบแบ่งกลุ่ม:
Group A: Mexico vs South Africa — 11 มิถุนายน
Group D: USA vs Paraguay — 12 มิถุนายน
Group E: Brazil vs Morocco — 13 มิถุนายน
Group H: Spain vs Cabo Verde — 15 มิถุนายน
Group I: France vs Senegal — 16 มิถุนายน
Group J: Argentina vs Algeria — 16 มิถุนายน
Group L: England vs Croatia — 17 มิถุนายน
Group D: USA vs Australia — 19 มิถุนายน
Group H: Uruguay vs Spain — 26 มิถุนายน
เรื่องที่ 1 — Lionel Messi บอลโลกครั้งสุดท้าย?
ไม่มีเรื่องราวใดในฟุตบอลโลก 2026 ที่โลกจับตามากกว่า Lionel Messi วัย 38-39 ปี ในฐานะกัปตันและผู้ป้องกันแชมป์ของอาร์เจนตินา
อาร์เจนตินาอยู่ใน Group J พบกับ Algeria, Austria และ Iceland โดย Messi ยืนยันแล้วว่านี่จะเป็น World Cup สุดท้ายของเขา ทำให้ทุกการลงสนามของเขามีความหมายพิเศษ
คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ Messi ที่อายุมากขึ้นแต่ยังลงเล่นใน MLS อย่างยอดเยี่ยม จะสามารถนำอาร์เจนตินาป้องกันแชมป์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่บราซิลในปี 1958-1962 ได้หรือไม่?
เรื่องที่ 2 — Kylian Mbappé เต็ง 1 ของโลก
หลังจาก Messi และ Ronaldo ที่กำลังใกล้ปิดฉากอาชีพ Kylian Mbappé คือหน้าตาของฟุตบอลโลก 2026 อย่างไม่ต้องสงสัย ตอนนี้อายุ 27 ปี อยู่ในช่วงพีคของชีวิตนักเตะ
ฝรั่งเศสอยู่ใน Group I พบกับ Senegal, Iraq และ Norway นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าฝรั่งเศสคือทีมที่สมบูรณ์แบบที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ และ Mbappé ที่สวมเสื้อ PSG ใหม่ๆ พร้อมพิสูจน์ว่าตัวเองคือทายาทของตำแหน่ง GOAT
เรื่องที่ 3 — อังกฤษหิวแชมป์ 60 ปี
อังกฤษชนะฟุตบอลโลกครั้งเดียวในปี 1966 บนแผ่นดินตัวเอง และในปี 2026 พวกเขามีโอกาสดีที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
อังกฤษอยู่ใน Group L พบกับ Croatia, Ghana และ ทีมอื่น โดยมี Jude Bellingham และนักเตะดาวรุ่งรุ่นใหม่ที่พร้อมมากที่สุดในประวัติศาสตร์
หลังแพ้รอบชิง Euro 2021 และ 2024 ติดต่อกัน ความหิวแชมป์ของอังกฤษสะสมมาถึงจุดแตกหัก และ World Cup 2026 ที่อเมริกาเหนืออาจเป็นเวทีที่พวกเขาได้คำตอบที่รอมา 60 ปี
เรื่องที่ 4 — บราซิลและความหิวแชมป์ที่ 6
บราซิลไม่ชนะฟุตบอลโลกมาตั้งแต่ปี 2002 ที่ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ นานถึง 24 ปี และในทุกทัวร์นาเมนต์ ความคาดหวังกับความผิดหวังมักมาพร้อมกันสำหรับ Seleção
บราซิลอยู่ใน Group E เริ่มต้นพบ Morocco วันที่ 13 มิถุนายน ก่อนเจอ Haiti และ Scotland
บราซิลมีนักเตะสำคัญที่เสี่ยงอาการบาดเจ็บก่อนทัวร์นาเมนต์ ทำให้ความกังวลเรื่องความพร้อมของทีมยังมีอยู่
เรื่องที่ 5 — USA เจ้าภาพที่มีโอกาสสูงที่สุดในประวัติศาสตร์
สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพและยังเป็นทีมที่น่าจับตาในฐานะผู้เล่น ภายใต้โค้ช Mauricio Pochettino สหรัฐฯ มีทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ
สหรัฐอเมริกาอยู่ใน Group D พบกับ Paraguay, Australia และ Turkey
USMNT ประกาศชื่อผู้เล่น 26 คนสำหรับบอลโลก 2026 แล้ว โดยโค้ช Pochettino ประกาศรายชื่อในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026
เรื่องที่ 6 — สเปนป้องกันแชมป์หญิงสู่ชายด้วยกัน?
สเปนเป็นแชมป์ Women's World Cup 2023 และยังเป็นแชมป์ Euro 2024 ฝ่ายชาย ในฟุตบอลโลก 2026 ทีมที่นำโดย Lamine Yamal วัย 19 ปี คือหนึ่งในทีมที่น่าตื่นเต้นที่สุดในทัวร์นาเมนต์
สเปนอยู่ใน Group H พบกับ Cabo Verde, Saudi Arabia และ Uruguay
เรื่องที่ 7 — Cristiano Ronaldo บอลโลกครั้งสุดท้าย
เช่นเดียวกับ Messi, Cristiano Ronaldo วัย 41 ปี ก็ยืนยันว่าฟุตบอลโลก 2026 คือ World Cup สุดท้ายของเขา นักเตะที่ทำประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลชาย (900+ ประตู) จะลงสนามครั้งสุดท้ายในทัวร์นาเมนต์ที่เขายังไม่เคยชนะ
เรื่องที่ 8 — Azteca ประวัติศาสตร์ 3 สมัย
Mexico vs South Africa ในวันที่ 11 มิถุนายน คือนัดเปิดสนามของทัวร์นาเมนต์ และ Estadio Azteca ในเม็กซิโกซิตี้จะกลายเป็นสนามแห่งเดียวในโลกที่เคยเป็นเจ้าภาพนัดเปิดสนามของฟุตบอลโลกถึง 3 ครั้ง (1970, 1986 และ 2026)
เรื่องที่ 9 — MetLife Stadium รอบชิงชนะเลิศ 19 กรกฎาคม
รอบชิงชนะเลิศจัดที่ MetLife Stadium นิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ จุผู้ชมได้ 82,500 คน ใหญ่ที่สุดในทัวร์นาเมนต์ ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 ซึ่งจะเป็นหนึ่งในภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬา
เรื่องที่ 10 — ถ้วยที่ทุกทีมฝันอยากได้
FIFA World Cup Trophy ทำจากทองคำ 18 กะรัต สูง 36 ซม. หนัก 6.175 กิโลกรัม ออกแบบโดย Silvio Gazzaniga รูปทรงมนุษย์สองคนยกโลกขึ้น ถ้วยนี้ยังคงอยู่กับ FIFA ตลอดเวลา ทีมแชมป์จะได้รับถ้วยจำลองชุบทองเท่านั้น แต่ความหมายของมันคือสิ่งที่ทุกนักเตะบนโลกใฝ่ฝัน
สรุป
ฟุตบอลโลก 2026 คือมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก 48 ทีม 3 ประเทศเจ้าภาพ 104 นัด และเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเขียนขึ้นอีกนับร้อย ตั้งแต่ Messi นัดสุดท้าย ถึง Mbappé ที่กำลังจะเป็นราชาใหม่ ถึงเจ้าภาพ USA ที่ฝันแชมป์บนแผ่นดินตัวเอง
วันที่ 11 มิถุนายน 2026 ประวัติศาสตร์จะเริ่มต้นอีกครั้ง
22 พ.ค. 2569
25 พ.ค. 2569
20 พ.ค. 2569