Jules Rimet Trophy คือ? ประวัติถ้วยฟุตบอลโลกที่หายสาบสูญ

Last updated: 3 มี.ค. 2569  |  121 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ถ้วยรางวัล

# Jules Rimet Trophy — ถ้วยทองคำที่หายสาบสูญตลอดกาล

ประวัติถ้วยรางวัลฟุตบอลโลกดั้งเดิม ตั้งแต่กำเนิดในปี 1930 ถึงวันที่มันหายไปจากโลกนี้



---

ลองนึกภาพถ้วยทองคำที่เดินทางผ่านสงครามโลก ซ่อนอยู่ใต้เตียงนอน รอดจากนาซี ถูกขโมยถึงสองครั้ง และสุดท้ายก็หายไปตลอดกาล — นี่คือเรื่องราวของ **Jules Rimet Trophy** ถ้วยรางวัลฟุตบอลโลกดั้งเดิมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬา



---

## Jules Rimet คือใคร?

Jules Rimet (1873–1956) เป็นทนายความชาวฝรั่งเศสที่รักฟุตบอลอย่างหลงใหล เขาดำรงตำแหน่งประธาน FIFA นานถึง **33 ปี** ตั้งแต่ปี 1921 ถึง 1954 และเป็นผู้ผลักดันให้การแข่งขันฟุตบอลโลกเกิดขึ้นจริง แม้จะเจอการต่อต้านจากหลายฝ่ายมานานหลายปี

แนวคิดของเขาเรียบง่ายแต่ทรงพลัง: **"กีฬาจะรวมมนุษย์ไว้ด้วยกันได้ แม้ยามที่การเมืองแยกพวกเขาออกจากกัน"**

---

## ถ้วยนี้หน้าตาเป็นอย่างไร?

ถ้วยนี้ออกแบบโดยประติมากรชาวฝรั่งเศส **Abel Lafleur** รูปร่างเป็น **เทพธิดา Nike** เทพีแห่งชัยชนะของกรีกโบราณ ถือถ้วยกลมไว้เหนือศีรษะ ยืนอยู่บนฐานแปดเหลี่ยม

- ทำจาก: ทองคำแท้ 18 กะรัต
- ความสูง: 35 เซนติเมตร
- น้ำหนัก: 3.8 กิโลกรัม
- ใช้ในการแข่งขัน: 9 สมัย (1930–1970)

ในช่วงแรกถ้วยนี้ถูกเรียกว่า "FIFA World Cup Trophy" จนกระทั่งปี **1946** จึงได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Jules Rimet Trophy" เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้งฟุตบอลโลก

---

## เส้นทางของถ้วยทองคำ

### ปี 1930 — กำเนิดครั้งแรก

อุรุกวัยเป็นทั้งเจ้าภาพและแชมป์คนแรก เอาชนะอาร์เจนตินา 4-2 ในรอบชิงชนะเลิศ ถ้วยนี้ถูกมอบให้เป็นครั้งแรกต่อหน้าผู้ชมกว่า 68,000 คน ณ Estadio Centenario นับเป็นจุดเริ่มต้นของมหกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกฟุตบอล

### ปี 1938–1950 — ซ่อนถ้วยจากนาซีใต้เตียงนอน

นี่คือเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของถ้วยใบนี้

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพนาซีบุกยึดยุโรป รองประธาน FIFA ชาวอิตาลี **Ottorino Barassi** ตัดสินใจแอบนำถ้วยออกจากธนาคารในกรุงโรมแบบเงียบๆ แล้วซ่อนมันไว้ใน **กล่องรองเท้าใต้เตียงนอนในบ้านตัวเอง** ตลอดช่วงสงคราม ถ้วยนี้รอดมาได้อย่างหวุดหวิดจากการปล้นของนาซีที่กวาดทองคำไปทั่วยุโรป

### ปี 1966 — ถูกขโมยครั้งแรก และหมาช่วยโลก

เพียง 4 เดือนก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 1966 ที่อังกฤษ ถ้วยถูกขโมยจากนิทรรศการที่ Westminster Central Hall กรุงลอนดอน ทั้งประเทศอังกฤษตกอยู่ในความตื่นตระหนก ตำรวจสืบสวนนาน 7 วัน

จนสุดท้ายหมาชื่อ **"Pickles"** พันธุ์ Border Collie ไปดมพบถ้วยซุกอยู่ใต้ต้นไม้ในสวนหลังบ้านแห่งหนึ่งในลอนดอน Pickles กลายเป็นฮีโร่ระดับชาติ ได้ขึ้นปกหนังสือพิมพ์ทั่วอังกฤษ และได้รับรางวัลจาก FA อย่างเป็นทางการ

### ปี 1970 — บราซิลชนะถ้วยถาวร

กฎของ FIFA ระบุชัดเจนว่าชาติใดก็ตามที่ชนะฟุตบอลโลก **3 ครั้ง** จะได้รับถ้วยนั้นเป็นสมบัติถาวร

บราซิลชนะปี 1958 และ 1962 มาก่อนแล้ว พอปี 1970 ที่เม็กซิโก **Pele** นำทีมชนะทุกนัด คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 3 ทำให้บราซิลได้รับ Jules Rimet Trophy ไปครอบครองตลอดไป ภาพ Pele ยกถ้วยขึ้นเหนือหัว ณ สนาม Azteca กลายเป็นหนึ่งในภาพที่จดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

### ปี 1983 — หายไปตลอดกาล

นี่คือจุดจบที่น่าเศร้าที่สุด

สมาคมฟุตบอลบราซิล (CBF) ประกาศว่าถ้วยถูกขโมยออกจากตู้โชว์ที่สำนักงาน CBF ในริโอเดอจาเนโร คราวนี้ไม่มีหมาคอยช่วย และไม่มีใครพบมันอีกเลย

นักสืบและผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่าถ้วยนั้นถูก **หลอมละลายเป็นทองคำ** แล้วนำไปขาย มูลค่าทองคำในตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่บางคนยังเชื่อว่ามันซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในบราซิล รอการค้นพบ — ปริศนานี้ยังไม่มีคำตอบจนถึงวันนี้


---

## ถ้วยปัจจุบัน vs Jules Rimet

หลังจาก Jules Rimet Trophy หายไป FIFA สั่งทำถ้วยใหม่ในปี 1974 ออกแบบโดยประติมากรชาวอิตาลี **Silvio Gazzaniga** ทำจากทองคำ 18 กะรัต สูง 36 ซม. หนัก 6.175 กิโลกรัม รูปทรงเป็นมนุษย์สองคนยกโลกขึ้น ซึ่งเป็นถ้วยที่เห็นกันทุกวันนี้

ความแตกต่างสำคัญหนึ่งอย่าง: ทีมแชมป์ปัจจุบัน **ไม่ได้รับถ้วยจริงไปเก็บ** แต่ได้รับแค่ถ้วยจำลองชุบทองเท่านั้น ถ้วยจริงยังคงอยู่ที่ FIFA ตลอดเวลา ต่างจาก Jules Rimet Trophy ที่เคยมอบให้แชมป์ได้ครอบครองถาวร


---

## สรุป

Jules Rimet Trophy ไม่ใช่แค่ถ้วยรางวัล — มันคือสัญลักษณ์ของฟุตบอลโลกยุคแรก บทพิสูจน์ว่าของที่มีคุณค่าที่สุดมักมีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นที่สุดเสมอ ตั้งแต่ซ่อนจากนาซี ถูกหมาดมพบ จนถึงการหายสาบสูญตลอดกาล

ถ้วยทองคำใบเล็กน้ำหนัก 3.8 กิโลกรัมได้ทิ้งร่องรอยไว้ในประวัติศาสตร์โลกได้หนักกว่านั้นมาก

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้