เหรียญทองโอลิมปิก ทำจากอะไร? ประวัติที่คุณไม่เคยรู้

Last updated: 11 มี.ค. 2569  |  51 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เหรียญทองโอลิมปิก ทำจากอะไร? ประวัติที่คุณไม่เคยรู้


เหรียญทองโอลิมปิก — ทองแท้หรือเงินแท้? ความลับที่โลกไม่รู้มา 100 ปี
ประวัติและความจริงที่น่าตกใจของเหรียญรางวัลที่นักกีฬาทุกคนในโลกฝันอยากได้


มีของรางวัลชิ้นหนึ่งในโลกที่คนนับพันล้านคนมองว่าคือสัญลักษณ์สูงสุดของความสำเร็จของมนุษย์ นักกีฬาบางคนใช้เวลาทั้งชีวิตกว่า 20 ปีเพื่อไขว่คว้ามัน แต่ความจริงที่ทำให้หลายคนต้องตกใจคือ เหรียญทองโอลิมปิกไม่ได้ทำจากทองแท้

ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้สีทอง
เหรียญทองโอลิมปิกในปัจจุบันทำจาก เงินแท้ Sterling Silver เกือบทั้งหมด แล้วชุบด้วยทองคำแท้บางๆ ประมาณ 6 กรัม เท่านั้น ตามข้อกำหนดของ IOC ที่กำหนดไว้ว่าเหรียญทองต้องมีทองคำแท้อย่างน้อย 6 กรัม

ครั้งสุดท้ายที่โอลิมปิกมอบเหรียญทองที่ทำจากทองคำแท้ 100% คือปี 1912 ที่สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน หลังจากนั้นก็ไม่มีอีกเลย เพราะต้นทุนสูงเกินไป

ส่วนประกอบของเหรียญทองโอลิมปิกยุคปัจจุบัน

เงินแท้ Sterling Silver: ประมาณ 92-95% ของน้ำหนักเหรียญ
ทองคำแท้ชุบ: อย่างน้อย 6 กรัม ตามกฎ IOC
น้ำหนักรวม: ประมาณ 400-550 กรัม แต่ละโอลิมปิกแตกต่างกัน
เส้นผ่าศูนย์กลาง: ประมาณ 85-92 มิลลิเมตร
มูลค่าวัตถุดิบ: ประมาณ 800-1,000 ดอลลาร์สหรัฐ


ประวัติเหรียญโอลิมปิก ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน
ปี 1896 — เอเธนส์ ไม่มีเหรียญทอง
โอลิมปิกสมัยใหม่ครั้งแรกที่กรุงเอเธนส์ กรีซ ในปี 1896 ไม่มีเหรียญทองเลย แชมป์ได้รับ เหรียญเงิน และกิ่งมะกอก ส่วนรองชนะเลิศได้รับ เหรียญทองแดง และกิ่งลอเรล ทั้งนี้เพราะในสมัยนั้นเงินถือเป็นโลหะที่มีคุณค่าสูงสุด ทองคำเป็นแค่สัญลักษณ์ของพระอาทิตย์

ปี 1900 — ปารีส มอบเป็นถ้วยแทน
โอลิมปิกปี 1900 ที่ปารีส ไม่ค่อยมีใครรู้ว่า ไม่มีการมอบเหรียญอย่างเป็นทางการ นักกีฬาบางคนได้รับถ้วยรางวัล บางคนได้รับผลงานศิลปะ และบางคนได้รับร่ม ใช่ ร่ม! ทำให้โอลิมปิกครั้งนี้กลายเป็นที่ล้อเลียนในประวัติศาสตร์

ปี 1904 — เซนต์หลุยส์ เริ่มใช้ระบบ 3 เหรียญ
โอลิมปิกปี 1904 ที่เซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรกที่ใช้ระบบ เหรียญทอง เงิน ทองแดง อย่างเป็นทางการอย่างที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน แต่เหรียญทองในยุคนั้นยังทำจากทองแท้ 100%

ปี 1912 — สตอกโฮล์ม เหรียญทองแท้ครั้งสุดท้าย
โอลิมปิก 1912 ที่สตอกโฮล์ม สวีเดน ถือเป็นครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ที่มอบ เหรียญทองคำแท้ 100% ให้กับแชมป์โอลิมปิก หลังจากนั้น IOC ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้เงินแท้ชุบทองแทน เพราะราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

ปี 1924 — ปารีส กำเนิดดีไซน์ Nike
โอลิมปิกปี 1924 ที่ปารีสเริ่มใช้ดีไซน์เหรียญมาตรฐานที่มีรูป Nike เทพธิดาแห่งชัยชนะกรีกโบราณ ถือปาล์มและพวงหรีดลอเรล ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของเหรียญโอลิมปิกยาวนานหลายทศวรรษ

ปี 2024 — ปารีส เหรียญที่มีเหล็กจากหอไอเฟล
โอลิมปิก 2024 ที่ปารีสสร้างเหรียญที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์ IOC นำ เหล็กดั้งเดิมจากหอไอเฟล มาฝังลงในเหรียญแต่ละใบ ทำให้ทุกเหรียญที่มอบในปารีส 2024 มีชิ้นส่วนจากหอไอเฟลจริงๆ อยู่ด้วย ดีไซน์นี้ออกแบบโดย Chaumet ห้องเพชรพลอยชื่อดังของปารีส


ทำไมนักกีฬาถึงกัดเหรียญ?
ภาพที่แฟนกีฬาเห็นบ่อยที่สุดในโอลิมปิกคือนักกีฬายกเหรียญทองขึ้นมากัด แต่รู้หรือไม่ว่าธรรมเนียมนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ในยุคก่อนมีหลายทฤษฎี บางคนเชื่อว่ามาจากยุคโบราณที่พ่อค้าใช้การกัดทดสอบว่าเหรียญทองแท้หรือเปล่า เพราะทองแท้นิ่มและจะมีรอยฟัน ส่วนทองปลอมที่ทำจากตะกั่วชุบทองจะแข็งกว่ามาก

แต่ความจริงที่น่าขำคือในยุคปัจจุบัน นักกีฬาส่วนใหญ่กัดเหรียญ เพราะช่างภาพขอให้ทำ เพราะมันเป็นภาพที่โด่งดังและน่าจดจำ บางคนกัดแล้วเกือบทำเหรียญแตก อย่างเช่น David Moore นักอเมริกันฟุตบอลที่กัดเหรียญโอลิมปิกทองแดงจนบิ่นในปี 2021


เหรียญโอลิมปิกไทย — เส้นทางแห่งความภาคภูมิใจ
ประเทศไทยเข้าร่วมโอลิมปิกครั้งแรกในปี 1952 และใช้เวลานานถึง 44 ปี กว่าจะได้รับเหรียญรางวัลแรก โดยนักมวยสากล สมรักษ์ คำสิงห์ คว้าเหรียญทองมวยสากลรุ่นฟลายเวทในโอลิมปิก Atlanta 1996 นับเป็นเหรียญทองแรกของประเทศไทยในประวัติศาสตร์ โดยกีฬาที่ไทยเก็บเหรียญได้มากที่สุดคือ เทควันโด้ และ ยกน้ำหนัก


เหรียญที่แพงที่สุดที่เคยขายในโลก
เหรียญโอลิมปิกมีมูลค่าวัตถุดิบเพียง 800-1,000 ดอลลาร์ แต่เหรียญที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มีมูลค่าสูงกว่านั้นมหาศาล เหรียญทองของ Jesse Owens จากโอลิมปิก Berlin 1936 ถูกประมูลในราคากว่า 1.47 ล้านดอลลาร์ และเหรียญทองของ Muhammad Ali จากโอลิมปิก Rome 1960 ก็เคยถูกประมูลในราคาสูงเช่นกัน


เหรียญโอลิมปิก กับ ถ้วยรางวัล ต่างกันอย่างไร?
ทั้งเหรียญโอลิมปิกและถ้วยรางวัลต่างเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ แต่ต่างกันในแง่ที่ว่าเหรียญโอลิมปิกเป็นสิ่งที่นักกีฬา สวมใส่ติดตัวได้ เป็นของส่วนตัวที่จับต้องได้ทุกวัน ขณะที่ถ้วยรางวัลคือสัญลักษณ์ที่ ตั้งโชว์ เพื่อระลึกถึงความสำเร็จของทีมหรือองค์กร ทั้งสองสิ่งมีคุณค่าและความหมายในแบบของตัวเองที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้


สรุป
เหรียญทองโอลิมปิกอาจไม่ได้ทำจากทองแท้ทั้งหมด แต่มันทำจากสิ่งที่มีค่ากว่าทองคำมากคือ ความพยายาม การเสียสละ และความฝันที่ไม่ยอมแพ้ ของมนุษย์คนหนึ่งที่ผลักดันตัวเองไปถึงขีดสุดของศักยภาพ

เหรียญหนักไม่กี่ร้อยกรัมนั้นอาจเป็นสิ่งที่เบาที่สุดในมือ แต่หนักที่สุดในความหมาย

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้