มาลินิน Quad God ล้มกลางโอลิมปิก แล้วลุกมาเป็นแชมป์โลก

Last updated: 2 พ.ย. 2569  |  14 จำนวนผู้เข้าชม  | 

มาลินิน Quad God ล้มกลางโอลิมปิก แล้วลุกมาเป็นแชมป์โลก

ลองนึกภาพว่าคุณเป็นนักสเก็ตลีลาวัย 21 ที่ทั้งโลกตั้งชื่อเล่นให้ว่า “Quad God” นำคู่แข่งเกินห้าคะแนนหลังโปรแกรมสั้นในโอลิมปิก แล้วในฟรีสเกตที่ตามมา คุณกลับล้มสองครั้งต่อหน้ากล้องทั่วโลก

นั่นคือสิ่งที่เกิดกับ อิเลีย มาลินิน ที่มิลาน-กอร์ตินา 2026 และผมคิดว่านี่คือเรื่องที่ Gen Z ทุกคนควรอ่าน เพราะทุกคนเคยมีวันที่ "ซ้อมมาดี แต่พังตอนสำคัญ" ต่างกันแค่ของเขามีคนดูทั่วโลก



มาเริ่มจากต้นเรื่องก่อน มาลินินเกิดวันที่ 2 ธันวาคม 2004 ที่แฟร์แฟกซ์ รัฐเวอร์จิเนีย และโตมาในเมืองเวียนนาแถบนั้น พ่อแม่ของเขาไม่ใช่คนธรรมดา แม่ทาเทียนา มาลินินา กับพ่อโรมัน สกอร์เนียคอฟ เป็นนักสเก็ตที่เคยลงโอลิมปิกให้อุซเบกิสถานทั้งคู่ แถมยังเป็นโค้ชของเขาเองด้วย ลองนึกว่าทุกมื้อเย็นที่บ้านคือการประชุมวิเคราะห์ท่ากระโดดสิ

เขาเริ่มสเก็ตตอนประมาณหกขวบ โดยแบ่งเวลาเล่นฟุตบอลควบไปด้วย ซ้อมโดยเปิดเพลงแร็ปและฮิปฮอป ตอนนี้ก็เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยด้วย ฟังดูเหมือนเด็กทั่วไปใช่ไหม ใช่ครับ จนกระทั่งเดือนกันยายน 2022 ที่เลคพลาซิด เขากลายเป็นคนแรกในโลกที่ลงท่ากระโดดควอดรูเพิลแอ็กเซิล (หมุน 4 รอบครึ่ง) ได้สะอาดในการแข่งขันระดับนานาชาติ จากวันนั้นก็ไม่มีใครเรียกเขาว่าอย่างอื่นนอกจาก Quad God อีกเลย

หลังจากนั้นเขากวาดเรียบ แชมป์โลก 2024 และ 2025 แชมป์กรังด์ปรีซ์ไฟนอลสามสมัย สถิติฟรีสเกตชาย 238.24 คะแนน ที่นาโกย่า พอถึงโอลิมปิก เขาช่วยทีมสหรัฐฯ คว้าทองประเภททีมด้วยการเป็นที่หนึ่งในฟรีสเกต แถมยังโชว์แบ็กฟลิปที่ถูกแบนมาตั้งแต่ปี 1976 (สหพันธ์สเก็ตนานาชาติปลดแบนเมื่อมิถุนายน 2024) คนทั้งโลกเลยเชื่อว่าทองเดี่ยวเป็นของเขาแน่ๆ



แล้วฟรีสเกตก็มาถึง

โปรแกรมสั้นเขาทำได้ 108.16 นำคนอื่นเกินห้าคะแนน แต่ในฟรีสเกตเขาล้มสองครั้ง ถอนท่าควอดสองท่าที่วางแผนไว้ และทั้งการแข่งขันไม่ได้ลงควอดแอ็กเซิลเลยสักครั้ง ได้ 156.33 คะแนน รวม 264.49 จบอันดับแปด ในขณะที่ มิคาอิล ไชโดรอฟ จากคาซัคสถานคว้าทองด้วย 291.58 ส่วนเงินกับทองแดงเป็นของนักสเก็ตญี่ปุ่น ยูมะ คางิยามะ และ ชุน ซาโต

มันเป็นครั้งแรกที่เขาแพ้รายการตั้งแต่พฤศจิกายน 2023 และเป็นครั้งแรกที่จบนอกสามอันดับแรกตั้งแต่มีนาคม 2022 (ถ้าเทียบเป็นเกมบาสก็คือ MVP ที่เพิ่งยิงสามแต้มไม่เข้าเลยทั้งนัดชิงแชมป์)



สิ่งที่ผมชอบคือเขาไม่หาข้ออ้าง เขาพูดตรงๆ ว่า “I blew it” และยอมรับว่า "บางทีผมมั่นใจเกินไปว่ามันจะผ่านไปได้ดี" เขาบอกอีกว่าแรงกดดันท่วมหัว ความทรงจำเจ็บๆ และความคิดลบทะลักเข้ามา "ผมแค่จัดการมันไม่ได้" คำพูดแบบนี้จากนักกีฬาระดับโลกไม่ได้เจอบ่อยนะครับ ส่วนใหญ่เราได้ยินแต่ "ขอบคุณแฟนๆ" แต่ประโยคแบบนี้ช่วยให้เด็กที่กำลังสอบหรือพรีเซนต์งานใหญ่รู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว

แล้วเขาทำอะไรต่อ? ตรงนี้แหละที่เรื่องมันน่าสนใจ หกสัปดาห์ต่อมา วันที่ 28 มีนาคม 2026 ที่ปราก เขากลับมาคว้าแชมป์โลกสมัยที่สามติดต่อกัน ด้วยคะแนนรวม 329.40 ทิ้งห่างยูมะ คางิยามะที่ได้เงิน 306.67 ราวยี่สิบสามคะแนน ฟรีสเกตได้ 218.11 ลงควอดห้าท่า และเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้แชมป์โลกสามสมัยติดตั้งแต่ เนธาน เฉิน ในปี 2018-2021



ที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือวิธีคิด เขาบอกว่าไปปรากโดย "แทบไม่มีแรงกดดันเลย" อยากแค่ "สนุกกับทุกช่วงเวลาบนลานน้ำแข็ง" และเป้าหมายคือสเก็ตให้จบโปรแกรม "ทั้งตัว" เขาไม่ลงควอดแอ็กเซิลหรือควอดลูปด้วยซ้ำ เลือกเกมที่คุมได้แทนเกมที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง

ผมว่านี่คือบทเรียนที่จริงที่สุดของเรื่องนี้ การปรับตัวไม่ใช่การลดมาตรฐานตัวเอง แต่คือรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเลิกเดินเกมของความกลัว ที่อายุ 21 เพิ่งล้มต่อหน้าคนทั้งโลก แล้วหายใจลึกๆ กลับมาสนุกกับสิ่งที่รัก นี่แหละวินัยทางใจที่ไม่มีใครสอนในโรงเรียน



ในยุคที่ทุกคนถูกวัดด้วยโซเชียลมีเดีย การยอมรับว่ามั่นใจเกินไปและจัดการแรงกดดันไม่ได้ ทำให้เขาเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องจักรลงควอด และทำให้ชัยชนะที่ปรากมีน้ำหนักกว่าเดิมอีก

ถ้ามีน้องที่กำลังท้อกับความผิดพลาดครั้งใหญ่ ลองเล่าเรื่องมาลินินให้ฟัง เขาเคยมีทุกอย่างในมือ ทำหล่นต่อหน้าทั้งโลก แล้วเก็บมันขึ้นมาใหม่ด้วยการปล่อยวางให้ถูกที่

รางวัลที่แท้จริงของนักกีฬาอาจไม่ใช่โล่หรือเหรียญที่เห็นบนแท่น แต่คือความสามารถที่จะลุกขึ้นหลังจากที่ล้ม และยังเลือกที่จะรักสิ่งที่ทำอยู่ได้เหมือนเดิม ส่วนโล่รางวัลและถ้วยรางวัลน่ะ เป็นแค่หลักฐานที่ช่วยเตือนเราว่าเราเคยผ่านวันที่แย่มาแล้วเท่านั้น

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้