พรอนงค์ ครองแชมป์ อินเดียน โอเพ่น 4 สมัย หลังรอ 18 ปี

Last updated: 30 ต.ค. 2569  |  27 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พรอนงค์ ครองแชมป์ อินเดียน โอเพ่น 4 สมัย หลังรอ 18 ปี

ภาพที่ติดตาตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม ที่สนามดีแอลเอฟ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ ชานกรุงนิวเดลี ไม่ใช่ภาพของนักกอล์ฟที่ตะโกนดีใจ แต่เป็นภาพของหญิงวัย 36 ปีที่เดินช้าๆ บนกรีนหลุมสุดท้าย ยิ้มบางๆ เหมือนคนที่รู้อยู่แล้วว่าวันนี้ทุกอย่างลงตัว พรอนงค์ เพชรล้ำ เพิ่งปิดรอบสุดท้ายด้วย 65 แต้ม ต่ำกว่าพาร์ 7 โดยไม่มีโบกี้เลยสักหลุม และกลายเป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ ฮีโร่ วีเมนส์ อินเดียน โอเพ่น ที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้ถึง 4 ครั้ง



ตัวเลขชุดนี้เล่าเรื่องได้ดีกว่าคำบรรยายใดๆ เธอชนะครั้งแรกในปี 2008 ตามด้วยปี 2009 และ 2012 แล้วหายไปจากสนามแห่งนี้นาน 14 ปี กว่าจะกลับมาอีกครั้งในปี 2026 ระยะห่างระหว่างแชมป์แรกกับแชมป์ล่าสุดคือ 18 ปี ซึ่งยาวพอให้นักกีฬาหลายคนเลิกเล่นไปแล้ว

เธอเกิดที่ขอนแก่น เมื่อปลายปี 1989 ชนะรายการฮ่องกง เลดี้ส์ มาสเตอร์ส ตั้งแต่ยังเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นเมื่อปี 2006 ก่อนผันตัวเป็นมืออาชีพ แล้วเดินทางไปเล่นในแอลพีจีเอทัวร์ตั้งแต่ปี 2009 เส้นทางของเธอมีช่วงที่ใกล้ถึงจุดสูงสุด เช่นการจบอันดับสองในศึกเมเจอร์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น ปี 2018 ตามหลังจอร์เจีย ฮอลล์ เพียงสองสโตรก และมีช่วงที่ต้องไต่กลับขึ้นมาใหม่ เมื่อเธอคว้าแชมป์ เอปสัน ทัวร์ ปี 2024 เพื่อกลับสู่แอลพีจีเอทัวร์อีกครั้ง



ที่น่าสนใจคือสิ่งที่เธอพูดถึงต้นปีนี้ ว่าเคยคิดจะเลิกเล่น แล้วตัดสินใจเล่นต่อ ประโยคสั้นๆ ประโยคเดียวนี้ซ่อนคืนที่ยาวนานของนักกีฬาอาชีพไว้มากมาย คืนที่ผลงานไม่ดี คืนที่ร่างกายล้า คืนที่ตั้งคำถามกับตัวเองว่ายังคุ้มค่าไหมที่จะฝึกต่อ แต่เธอเลือกก้าวต่อไป และเมื่อสปอนเซอร์เชิญให้กลับไปเล่นที่อินเดีย เธอก็รับคำเชิญ โดยบอกว่า "อินเดียเหมือนบ้านของฉัน และฉันรู้สึกว่าที่นี่ทำให้ฉันสงบลงได้"

วันตัดสินเริ่มต้นไม่ง่ายนัก เธอตามหลังวานี กาปูร์ นักกอล์ฟเจ้าถิ่นผู้เป็นขวัญใจแฟนๆ อยู่หนึ่งสโตรก กาปูร์ออกตัวด้วยการทำเบอร์ดี้ชุดแรก และสนามทั้งสนามก็เหมือนเอนไปทางเธอ แต่กอล์ฟคือกีฬาที่ความกดดันไม่ได้เล่นงานคนที่ไม่เก่ง มันเล่นงานคนที่อยากชนะที่สุด กาปูร์เสียสโตรกที่หลุม 10 แล้วเสียต่อที่หลุม 12 และ 13 ขณะที่พรอนงค์ยังคงเล่นเป็นจังหวะเดิม ไม่เร่ง ไม่ถอย ทำเบอร์ดี้ที่หลุม 15 และ 16 แล้วเซฟพาร์ที่เหลือจนจบ เธอบอกหลังแข่งว่า พัตต์ทุกลูกในเก้าหลุมแรกลงหลุมหมด แต่พัตต์ที่ลงหลุมในวันสำคัญ มักมาจากหลายพันชั่วโมงที่ซ้อมโดยไม่มีใครมอง



คะแนนสี่วันของเธอคือ 72, 71, 69 และ 65 คือไล่ลดลงทุกวัน เหมือนคนค่อยๆ ปรับเครื่องจนเข้าที่ ผลรวม 277 ต่ำกว่าพาร์ 11 ทิ้งห่างอันดับสองสี่สโตรก รางวัลที่ได้คือเงิน 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ ราว 2.5 ล้านบาทจากเงินรางวัลรวม 500,000 ดอลลาร์ และสิทธิ์ลงเล่นในทัวร์ เลดี้ส์ ยูโรเปียน ทัวร์ ต่อ ที่นับเป็นแชมป์อาชีพรายการที่ 23 ของเธอ

อย่าเข้าใจผิดว่านี่คือเรื่องของพรสวรรค์ที่ไม่เคยหมดอายุ กอล์ฟมีกำแพงเวลาเหมือนกีฬาทุกชนิด ข้อมือ หลัง สายตา และความมั่นใจล้วนเปลี่ยนไปตามอายุ สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือวินัย การตื่นเช้า การซ้อมพัตต์ซ้ำๆ การวิเคราะห์สนามใหม่ และการยอมรับว่าผลงานที่ผ่านมาไม่ได้การันตีวันนี้ ซึ่งสนามกอล์ฟแกรี แพลเยอร์ ที่เธอชนะในปีนี้เป็นคนละสนามกับสนามอาร์โนลด์ พาล์มเมอร์ที่เธอเคยชนะเมื่อก่อน เธอจึงต้องเรียนรู้ใหม่ ปรับกลยุทธ์ใหม่ และพิสูจน์ตัวเองใหม่ ไม่ใช่นำเกียรติยศเก่าไปแลกกับชัยชนะใหม่



เรื่องของพรอนงค์ยังชวนให้นึกถึงความหมายของถ้วยรางวัลที่แท้จริง ถ้วยหนึ่งใบไม่ได้เป็นเพียงโลหะหรือคริสตัลที่ตั้งบนชั้นโชว์ มันคือหลักฐานว่ามีคนคนหนึ่งเคยไม่ยอมแพ้ในวันที่ใครก็เข้าใจได้ถ้าเธอจะยอม มันคือสิ่งที่บอกคนรุ่นหลังว่าความพยายามที่ต่อเนื่องไม่มีวันหมดอายุ ถึงเวลาจะเดินผ่านไปนานเกือบสองทศวรรษ แล้วเกียรติยศบนแท่นก็ยังรอคนที่กลับมาเอาคืน

ในโลกที่คนมักวัดความสำเร็จจากความเร็ว พรอนงค์เตือนเราอย่างเงียบๆ ว่าบางชัยชนะต้องใช้เวลา 18 ปีในการเดินทางกลับมา และไม่ได้ตื่นเต้นน้อยลงเลยเมื่อมาถึง เมื่อคุณรักษาวินัยและยังคงเชื่อในตัวเอง วันหนึ่งพัตต์ทุกลูกอาจลงหลุมให้เห็นอีกครั้ง และคุณจะเดินบนกรีนเหมือนกับหญิงคนนั้น ยิ้มบางๆ และรู้ดีว่าเส้นทางไม่เคยสูญเปล่า

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้