Last updated: 9 ก.ย. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
ลองถามตัวเองดูว่า ตอนอายุ 107 ปี คุณจะทำอะไร

คนส่วนใหญ่คงตอบว่า "นั่งเฉย ๆ ก็บุญแล้ว" บางคนอาจไม่มีโอกาสได้ตอบเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับคุณตาสว่าง จันทร์พราหมณ์ คำตอบคือ "ซ้อมขว้างจักรก่อน แล้วค่อยไปพุ่งแหลน" และนั่นไม่ใช่มุกตลก เพราะปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชายชราวัย 107 ปีจากระยองคนนี้เพิ่งทุบสถิติโลกขว้างจักรของ "ตัวเอง" และคว้าเหรียญทองที่สองกลับบ้าน จากศึกกรีฑาผู้สูงอายุชิงแชมป์โลก ที่เมืองแทกู ประเทศเกาหลีใต้
วันที่ 27 สิงหาคม ในรุ่นขว้างจักรชายอายุ 95 ปีขึ้นไป คุณตาสว่างขว้างได้ไกล 7.59 เมตร ทำลายสถิติโลกเดิมของตัวเองที่ 7.50 เมตร ซึ่งเขาเพิ่งสร้างไว้เมื่อปีก่อนที่ไต้หวัน จุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าทึ่งกว่าตัวเลขคือ เขาเป็นนักกีฬาเพียงคนเดียวในรุ่นอายุนี้ที่ลงแข่งขัน พูดง่าย ๆ คือแข่งกับตัวเองล้วน ๆ แต่ก็ยังเลือกที่จะขว้างให้ไกลกว่าที่เคยทำได้ ทั้งที่ไม่มีใครบังคับ ไม่มีใครแย่งเหรียญทองไปจากเขาอยู่แล้ว นี่แหละคือนิยามของวินัยตัวจริง ไม่ใช่การแข่งกับใคร แต่คือการไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองอยู่นิ่ง
สองวันถัดมา 29 สิงหาคม คุณตาสว่างขยับไปแข่งพุ่งแหลน รุ่นอายุ 100 ปีขึ้นไป ทำได้ 10.04 เมตร คว้าทองที่สองในทริปเดียว นายกเทศมนตรีเมืองแทกูถึงกับมอบรางวัลพิเศษให้ ยกย่องเป็นนักกรีฑาที่อายุมากที่สุดในโลกที่ยังลงแข่งขันอยู่ ลองคิดดูว่าต้องเดินทางไกลแค่ไหน ต้องอึดขนาดไหน ถึงจะได้ตำแหน่งนี้มาครอง

แต่เรื่องที่ทำให้คนอึ้งยิ่งกว่าคือ จุดเริ่มต้นของเส้นทางนักกีฬาของคุณตาสว่าง เขาเกิดปี 2462 เคยเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ใช้ชีวิตในห้องเรียนมาทั้งชีวิต จนเกษียณอายุราชการเมื่อราว 40 ปีก่อน นั่นแปลว่าคุณตาเริ่มจริงจังกับกีฬาแข่งขันตอนอายุ "หกสิบกว่า" ไม่ใช่วัยที่ใครเขาเริ่มนับหนึ่งกับกีฬาแข่งขัน หลายคนวัยนั้นเพิ่งเริ่มมองหาเก้าอี้โยกไว้นั่งพักผ่อน แต่คุณตาสว่างมองหาสนามกรีฑาแทน แล้วก็ไม่เคยหยุดวิ่งเข้าสนามนั้นอีกเลยกว่าสี่ทศวรรษ
ก่อนจะมาถึงแทกู คุณตาสว่างมีของดีสะสมไว้เพียบ ตอนอายุ 103 ปี เขากวาด 4 เหรียญทองในศึกกรีฑาผู้สูงอายุชิงแชมป์เอเชีย ที่เมืองคลาร์ก ฟิลิปปินส์ ในรุ่นอายุ 101-104 ปี ปีนั้นเขาเกือบได้ไปแข่งที่ฟินแลนด์ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายติดปัญหาสุดฮาที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือบริษัทประกันภัยการเดินทางของยุโรปปฏิเสธทำประกันให้คนอายุเกิน 100 ปี ใช่ครับ อุปสรรคของนักกีฬาระดับตำนานคนนี้ ไม่ใช่ร่างกาย ไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นแบบฟอร์มประกันเดินทาง

ถามว่าอะไรคือเคล็ดลับ คุณตาสว่างเคยเปิดเผยไว้ตรง ๆ ไม่มีบุหรี่ ไม่มีเหล้า กินแต่ของต้มของนึ่ง โดยเฉพาะผักกับปลา งดของทอดเด็ดขาด ชอบเดินเล่นท่ามกลางต้นไม้เพราะช่วยให้ใจสงบ ไม่เครียด และทุกเช้าต้องเดินหรือวิ่งเบา ๆ ตามแบบอย่างที่เคยเห็นคุณปู่ของตัวเองทำมาตั้งแต่เด็ก ฟังดูเรียบง่ายจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือสูตรที่พาคนคนหนึ่งข้ามร้อยปีมาได้แบบยังขว้างจักรได้ไกลกว่าเดิม
แต่ความโด่งดังก็มีด้านมืดของมันเหมือนกัน ต้นปีที่ผ่านมา หลังคุณตาสว่างกวาด 4 เหรียญทองในศึกไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์เกมส์ จนกลายเป็นไอดอลของวงการกรีฑาผู้สูงอายุ ก็มีมิจฉาชีพแอบนำรูปคุณตาไปโฆษณาขายอาหารเสริมโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางครอบครัวต้องไปแจ้งความดำเนินคดี ผู้บริหารสมาคมกรีฑาผู้สูงอายุไทยถึงกับต้องออกมาเตือนประชาชนตรง ๆ ว่า ร่างกายที่แข็งแรงไม่ได้มาจากอาหารเสริมซักเม็ด แต่มาจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น ซึ่งก็คือสิ่งที่คุณตาสว่างพิสูจน์มาแล้วด้วยชีวิตจริงตลอดสี่สิบกว่าปี ไม่ต้องมีใครมาโฆษณาแทน

เรื่องราวของคุณตาสว่างจึงไม่ใช่แค่ข่าวกีฬาธรรมดา ๆ ที่อ่านแล้วผ่านไป มันคือบทพิสูจน์ว่าคำว่า "สายเกินไป" ไม่มีอยู่จริงในพจนานุกรมของคนที่ไม่ยอมแพ้ ไม่มีอยู่จริงสำหรับคนที่เลือกเริ่มนับหนึ่งตอนอายุ 60 กว่า แล้วยังฝึกซ้อมต่อเนื่องจนอายุ 107 ปี เหรียญทองและสถิติโลกที่เขาคว้ามาอาจเป็นแค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังคือวินัยที่ทำซ้ำทุกเช้า ความอดทนที่ไม่มีวันลดละ และความมุ่งมั่นที่ไม่สนใจว่าจะมีใครมาแข่งด้วยหรือไม่
ถ้าวันหนึ่งใครสักคนมองหาแรงบันดาลใจว่าทำไมถ้วยรางวัลใบหนึ่งถึงมีค่ามากกว่าความสวยงามของตัวมันเอง คำตอบอาจอยู่ที่ชายชราคนนี้ คนที่พิสูจน์ว่าความสำเร็จไม่มีวันหมดอายุ ตราบใดที่ยังมีแรงลุกขึ้นเดินออกไปยังสนามกรีฑาในทุกเช้าวันใหม่