Last updated: 7 ต.ค. 2569 | 6 จำนวนผู้เข้าชม |
ลองนึกภาพเด็กชายคนหนึ่งที่ถือไม้แบดมินตันอยู่ในโรงยิมเล็กๆ ที่บ้านทองหยอด สมัยนั้นไม่มีใครรู้ว่าลูกขนไก่ลูกเล็กๆ ที่เขาตีไปมาจะพาเขาไปไกลถึงเมืองอิจิโนมิยะ ประเทศญี่ปุ่น และไปจบลงที่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกีฬาไทย

วันที่ 29 กันยายน 2569 ที่โรงยิมเทศบาลเมืองอิจิโนมิยะ "วิว" กุลวุฒิ วิทิตศานต์ วัย 25 ปี ชนะ โลห์ คีน ยู จากสิงคโปร์ 21-12, 21-16 คว้าเหรียญทองแบดมินตันชายเดี่ยวเอเชียนเกมส์ 2026 ให้ไทยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ตัวเลขที่รายงานกันคือไทยรอเหรียญทองแบดมินตันประเภทบุคคลมานานถึง 64 ปี ซึ่งนานพอจะทำให้คนรุ่นหนึ่งเติบโตขึ้นมาโดยไม่เคยเห็นภาพนี้
และเหมือนฟ้าจะแกล้งให้ดราม่ายังไม่พอ วันเดียวกันนั้นเอง วิวก็กลับขึ้นไปเป็นมือหนึ่งของโลกอีกครั้ง คิดดูสิครับ ได้ทองหน้าประวัติศาสตร์กับตำแหน่งมือหนึ่งโลกในวันเดียว ต่อให้เขียนเป็นบทหนังก็คงมีคนบอกว่าเกินจริงไปหน่อย
แต่เรื่องนี้ไม่ได้เริ่มที่วันชิงชนะเลิศ ย้อนไปที่ปารีสเกมส์ 2024 วิวเข้าชิงเหรียญทองโอลิมปิกและแพ้ให้วิกเตอร์ แอ็กเซลเซน ไปแบบรวด 2 เกม แต่เขาก็ได้เหรียญเงินโอลิมปิกแรกของแบดมินตันไทยกลับมา คนส่วนใหญ่ถ้าพลาดเหรียญทองในเวทีที่ใหญ่ที่สุดในโลก คงนอนเอามือก่ายหน้าผากไปหลายคืน แต่วิวเลือกอีกทางหนึ่ง คือกลับเข้าสนามซ้อมแล้วเริ่มใหม่

หลังเกมนั้นแม่ปุกแห่งบ้านทองหยอด พูดประโยคหนึ่งที่ตอนนี้อ่านแล้วขนลุก เธอบอกว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ทีมไปชิงทอง และถ้ากลับมาอีกสี่ปี อาจเป็นวันของเรา ปรากฏว่าวันของเรามาถึงเร็วกว่าที่ใครคิด และมาในเอเชียนเกมส์ ไม่ต้องรอถึงสี่ปี
วิวเอาชนะ อัลวี ฟาร์ฮาน จากอินโดนีเซีย 21-13, 21-15 ในรอบรองชนะเลิศ กลายเป็นนักแบดชายเดี่ยวไทยคนแรกที่เข้าชิงเอเชียนเกมส์ได้ จากนั้นก็มาเจอ โลห์ คีน ยู อดีตแชมป์โลกที่ไม่ใช่คู่แข่งธรรมดา แม้สถิติพบกันก่อนหน้านี้วิวจะนำอยู่ 8-2 และเคยชนะโลห์ในรอบชิงซีเกมส์ 2021 มาแล้ว แต่ใครเล่นแบดมาก็รู้ว่าสถิติไม่เคยชนะเกมให้ใคร มันเป็นแค่ตัวเลขบนกระดาษที่คนนั่งดูข้างสนามเอาไว้คุยกัน

ในสนามจริง วิวคุมจังหวะได้ตั้งแต่ต้น วิวปิดเกมแรกที่ 21-12 และปิดเกมสองที่ 21-16 ในสองเกมรวด ไม่ต้องไปถึงเกมตัดสิน เมื่อลูกสุดท้ายตกพื้น ชายหนุ่มที่เคยเป็นแชมป์โลกปี 2023 และแชมป์เอเชียปี 2025 ก็ได้เพิ่มเหรียญทองเอเชียนเกมส์เข้ามาในคอลเลกชัน
ตัวเลขข้อหนึ่งที่น่าทึ่งคือ วิวเป็นนักแบดชายเดี่ยวคนที่สี่ในประวัติศาสตร์ ที่ได้ทั้งแชมป์โลก แชมป์เอเชีย และเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ร่วมกับเจ้าตำนานอย่าง จ้าว เจี้ยนหัว หลิน ตัน และเตาฟิก ฮิดายัต คนที่ได้อยู่ในรายชื่อเดียวกับพวกเขา ต้องผ่านอะไรมาเยอะกว่าที่เห็นบนจอทีวีแน่นอน

สิ่งที่เรื่องของวิวสอนเรามีอยู่หลายข้อ ข้อแรกคือความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ เหรียญเงินที่ปารีสไม่ได้ทำให้เขาหยุด แต่กลายเป็นเชื้อเพลิงให้ซ้อมต่อ ข้อสองคือความอดทนที่ไม่หวือหวา การไปถึงมือหนึ่งโลกไม่ได้มาจากการตีดีแค่วันเดียว แต่มาจากวันซ้อมที่ไม่มีใครถ่ายรูปเป็นพันๆ วัน และข้อสามคือการกลับมา วิวไม่ได้เพียงรักษาตำแหน่งไว้ แต่เขาเสียแล้วไล่ตามคืนมาด้วยมือตัวเอง
ภาพรวมของทัพไทยในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ก็ถือว่าน่าชื่นใจ จากรายงานล่าสุดที่เราพบ ไทยอยู่อันดับ 5 ของตารางเหรียญ ด้วย 12 ทอง 10 เงิน 12 ทองแดง รวม 34 เหรียญ และทองของวิวคือเหรียญที่ปิดตำนานที่รอมานานหลายสิบปี
ถ้าคุณเคยจับถ้วยรางวัลสักใบ คุณจะรู้ว่าสิ่งที่ทำให้มันมีค่าไม่ใช่วัสดุหรือน้ำหนัก แต่คือเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง ทุกครั้งที่มีใครยกถ้วยหรือเหรียญขึ้นเหนือหัว คนข้างล่างกำลังเห็นแค่วินาทีสุดท้าย ทั้งที่เบื้องหลังคือหลายปีของเหงื่อ น้ำตา และเสียงบ่นเบาๆ ตอนตีห้า เหรียญของวิวก็เหมือนกัน เป็นของชิ้นเล็กที่แบกความฝันของเด็กชายจากบ้านทองหยอดและคนไทยอีกมากมายเอาไว้

เด็กชายในโรงยิมเล็กๆ วันนั้นอาจไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินไปทางไหน แต่วันนี้เขายืนอยู่บนจุดที่ไม่เคยมีนักแบดชายเดี่ยวไทยคนไหนเคยยืน และอาจเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กอีกคนที่กำลังถือไม้แบดอยู่ที่ไหนสักแห่งในประเทศไทย ตอนที่คุณอ่านบทความนี้อยู่พอดี