ทำไมมาราธอนต้อง 42.195 กม.? เปิดที่มาจากรั้ววังถึงสนามโลก

Last updated: 29 ก.ค. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ทำไมมาราธอนต้อง 42.195 กม.? เปิดที่มาจากรั้ววังถึงสนามโลก

ทำไมมาราธอนต้อง 42.195 กม.? เปิดที่มาจากรั้ววังถึงสนามโลก


ทุกครั้งที่มีคนพูดถึง "มาราธอน" ตัวเลข 42.195 กิโลเมตรจะผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เป็นระยะทางมาตรฐานที่นักวิ่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่นหรือนักวิ่งอาชีพระดับโลก ต้องเผชิญเหมือนกันหมดทุกสนาม แต่น้อยคนจะรู้ว่าตัวเลขที่ดูเฉพาะเจาะจงจนแปลกนี้ ไม่ได้เกิดจากการคำนวณทางวิทยาศาสตร์การกีฬาหรือภูมิศาสตร์ใด ๆ ทั้งสิ้น หากแต่เป็นผลพวงจากเหตุการณ์บังเอิญที่พัวพันกับราชวงศ์อังกฤษเมื่อกว่าศตวรรษก่อน

จุดเริ่มต้นจากตำนานนักวิ่งกรีกโบราณ
ชื่อ "มาราธอน" มีที่มาจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์กรีกโบราณ ราว 490 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อกองทัพกรีกเอาชนะกองทัพเปอร์เซียได้ที่ที่ราบมาราธอน ตามตำนานเล่าว่าทหารนามว่าฟีดิปปิดีส (Pheidippides) วิ่งจากสมรภูมิมาราธอนไปยังกรุงเอเธนส์ ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร เพื่อประกาศข่าวชัยชนะ ก่อนจะล้มลงสิ้นใจทันทีหลังตะโกนบอกข่าวจบ แม้นักประวัติศาสตร์จะยังถกเถียงกันว่าเรื่องนี้เป็นตำนานที่แต่งเติมภายหลังมากกว่าข้อเท็จจริง แต่เรื่องราวนี้ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญเมื่อมีการฟื้นฟูกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ในปี 1896 ที่กรุงเอเธนส์ ซึ่งบรรจุการแข่งขันวิ่งระยะไกลที่จำลองเส้นทางจากมาราธอนสู่เอเธนส์ ระยะทางตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 40 กิโลเมตร ยังไม่ใช่ 42.195 กม. อย่างที่รู้จักกันในปัจจุบัน



จุดเปลี่ยนที่โอลิมปิก 1908 ณ กรุงลอนดอน
ระยะทางมาราธอนในโอลิมปิกช่วงแรก ๆ ไม่ได้ตายตัว แต่ละครั้งจะปรับเปลี่ยนไปตามภูมิประเทศและเส้นทางของเมืองเจ้าภาพ จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดเกิดขึ้นในโอลิมปิก 1908 ที่กรุงลอนดอน ผู้จัดการแข่งขันวางแผนเส้นทางระยะ 26 ไมล์ (ประมาณ 41.8 กิโลเมตร) จากปราสาทวินด์เซอร์ไปยังสนามไวท์ซิตี้ สเตเดียม แต่ราชวงศ์อังกฤษมีคำขอพิเศษ นั่นคือต้องการให้จุดสตาร์ทอยู่ตรงหน้าห้องพระกุมารภายในปราสาทวินด์เซอร์ เพื่อให้เจ้าฟ้าเจ้าหญิงพระองค์เล็กสามารถมองเห็นนักวิ่งออกสตาร์ทได้จากหน้าต่าง ผู้จัดจึงต้องขยับจุดเริ่มต้นออกไปอีกเล็กน้อย และเมื่อเข้าสู่สนามกีฬา เส้นชัยก็ถูกปรับให้นักวิ่งวิ่งวนสนามเพิ่มอีกหนึ่งรอบ เพื่อให้เข้าเส้นชัยตรงหน้าอัฒจันทร์ที่ประทับของราชวงศ์พอดี ผลลัพธ์คือระยะทางรวมขยับจาก 26 ไมล์ กลายเป็น 26 ไมล์ 385 หลา หรือเท่ากับ 42.195 กิโลเมตรพอดิบพอดี ระยะทางที่เกิดจากพิธีการและความสะดวกของราชวงศ์ ไม่ใช่จากเหตุผลทางกีฬาแต่อย่างใด


การแข่งขันปีนั้นยังโด่งดังจากเหตุการณ์ดราม่าที่เพิ่มสีสันให้ตำนานมาราธอน เมื่อนักวิ่งชาวอิตาลี โดรันโด ปิเอตรี เข้าสู่สนามเป็นคนแรกในสภาพเหนื่อยล้าจนหมดแรง ล้มลงหลายครั้งกลางสนาม จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปช่วยพยุงให้ข้ามเส้นชัย ก่อนจะถูกตัดสิทธิ์ในภายหลังเพราะได้รับความช่วยเหลือ เหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในภาพจำที่ทรงพลังที่สุดของประวัติศาสตร์โอลิมปิก และตอกย้ำให้มาราธอนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความอึดและขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์


กว่าจะกลายเป็นมาตรฐานโลกต้องรออีก 13 ปี
แม้โอลิมปิก 1908 จะสร้างตัวเลข 42.195 กิโลเมตรขึ้นมา แต่ระยะทางนี้ยังไม่ได้ถูกใช้เป็นมาตรฐานทันที การแข่งขันโอลิมปิกครั้งต่อ ๆ มา อย่างที่สตอกโฮล์มปี 1912 และแอนต์เวิร์ปปี 1920 ยังคงใช้ระยะทางที่แตกต่างกันไปตามแต่ละเมืองเจ้าภาพ จนกระทั่งปี 1921 สหพันธ์กรีฑาสมัครเล่นนานาชาติ หรือ IAAF (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น World Athletics) จึงประกาศรับรองระยะ 42.195 กิโลเมตรให้เป็นระยะมาตรฐานอย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขันมาราธอนทุกรายการทั่วโลกนับแต่นั้นเป็นต้นมา และยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมาราธอนระดับตำนานอย่างบอสตันมาราธอน นิวยอร์กซิตี้มาราธอน ไปจนถึงงานวิ่งระดับท้องถิ่นในประเทศไทย


ทำไมเรื่องนี้ยังสำคัญกับนักวิ่งยุคปัจจุบัน
กระแสการวิ่งในไทยเติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และในช่วงกลางปีนี้ก็มีงานวิ่งใหญ่ทยอยจัดขึ้นหลายรายการ อย่างงาน "12 สิงหา ฮาล์ฟมาราธอน กรุงเทพฯ" ครั้งที่ 31 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ที่บริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นอีกหนึ่งเวทีที่นักวิ่งไทยจำนวนมากใช้เป็นบันไดฝึกซ้อมก่อนขยับไปพิชิตระยะฟูลมาราธอน 42.195 กิโลเมตรเต็มรูปแบบ การเข้าใจที่มาของตัวเลขนี้จึงไม่ใช่แค่เกร็ดประวัติศาสตร์สนุก ๆ แต่ยังช่วยให้นักวิ่งเห็นภาพว่าเส้นทาง 42.195 กิโลเมตรที่ตัวเองกำลังฝึกซ้อมอยู่ ผ่านเรื่องราวและการต่อสู้มายาวนานกว่าร้อยปี ตั้งแต่ตำนานนักรบกรีก ความต้องการของราชวงศ์อังกฤษ ไปจนถึงการยืนหยัดเป็นมาตรฐานกีฬาที่ทั่วโลกยอมรับร่วมกัน

ครั้งต่อไปที่ใครสักคนบ่นว่า "ทำไมมาราธอนไม่ปัดเศษเป็น 42 กิโลเมตรตรง ๆ ไปเลย" คำตอบง่าย ๆ ก็คือ เพราะเมื่อกว่า 100 ปีก่อน มีเด็กเจ้าหญิงกลุ่มหนึ่งอยากดูนักวิ่งออกสตาร์ทจากหน้าต่างห้องนอนของตัวเอง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้