Last updated: 7 พ.ค. 2569 | 8 จำนวนผู้เข้าชม |
ท่องยุโรป ชมสนามกีฬาชื่อดัง — ประสบการณ์ที่แฟนกีฬาทุกคนต้องลองสักครั้งในชีวิต
คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับการเดินทางชมสนามกีฬาชื่อดังในยุโรป พร้อมทิปที่ต้องรู้ก่อนออกเดินทาง
มีประสบการณ์บางอย่างที่การดูผ่านหน้าจอโทรทัศน์ไม่สามารถทดแทนได้ และการได้ยืนอยู่บนสนามหญ้าเดียวกับที่ Pelé, Maradona, Messi และ Ronaldo เคยเหยียบ คือหนึ่งในนั้น ยุโรปคือทวีปที่เต็มไปด้วยสนามกีฬาที่ไม่ใช่แค่สถานที่แข่งขัน แต่คือ มหาวิหารแห่งกีฬา ที่ทุกอิฐทุกหลังคาบอกเล่าประวัติศาสตร์นับร้อยปี
1. Camp Nou — บาร์เซโลน่า สเปน
ข้อมูลสำคัญ:
ความจุ: 99,354 คน (ใหญ่ที่สุดในยุโรป)
เปิดใช้งาน: 1957
ที่อยู่: Carrer d'Aristides Maillol, Barcelona
Camp Nou ไม่ใช่แค่สนามฟุตบอล มันคือ หัวใจทางวัฒนธรรมของแคว้นคาตาลัน สนามที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปแห่งนี้เป็นที่ที่ Johan Cruyff โชว์ Total Football, Ronaldinho เต้น Samba บนสนาม และ Lionel Messi ทำลายสถิติโลกทุกสถิติที่มีอยู่
Stadium Tour: Barcelona Experience Museum ที่ Camp Nou คือหนึ่งในพิพิธภัณฑ์กีฬาที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก กว่า 1.5 ล้านคนต่อปี Tour ครอบคลุมห้องแต่งตัวผู้เล่น อุโมงค์ที่ออกสู่สนาม ม้านั่งโค้ช พื้นที่สื่อมวลชน และ Press Box นอกจากนี้ยังมีส่วนจัดแสดงถ้วยรางวัลทั้งหมดที่ Barcelona เคยชนะ รวมถึง UEFA Champions League หลายใบ
หมายเหตุสำคัญ: Camp Nou กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่เรียกว่า "Espai Barça" ซึ่งจะเพิ่มความจุและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ควรตรวจสอบสถานะก่อนการเดินทาง
ทิปสำหรับนักท่องเที่ยว: จองตั๋ว Tour ล่วงหน้าออนไลน์เสมอเพราะแถวยาวมาก ถ้าโชคดีซื้อตั๋วชมเกมจริงได้จะเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก บรรยากาศของ El Clásico ที่ Camp Nou คือหนึ่งในสิ่งที่ต้องทำก่อนตาย
2. Santiago Bernabéu — มาดริด สเปน
ข้อมูลสำคัญ:
ความจุ: 81,044 คน (หลังปรับปรุงใหม่)
เปิดใช้งาน: 1947
ที่อยู่: Av. de Concha Espina 1, Madrid
ถ้า Camp Nou คือหัวใจของ Barcelona แล้ว Santiago Bernabéu คือ วิหารแห่งอำนาจของ Real Madrid สนามที่ผ่านการปรับปรุงครั้งยิ่งใหญ่เสร็จสิ้นในปี 2023 มีหลังคาหมุนได้ ระบบแสงและเสียงล้ำสมัย และกลายเป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่เทคโนโลยีสูงที่สุดในโลก
สนามนี้เคยต้อนรับ Real Madrid ที่ชนะ UEFA Champions League มาแล้ว 15 สมัย มากกว่าสโมสรใดในโลก ในสนามแห่งนี้เคยมี Di Stéfano, Puskas, Zidane, Ronaldo และ Benzema สร้างประวัติศาสตร์
Stadium Tour: Tour Bernabéu ใช้เวลาประมาณ 90 นาที ผ่านห้องถ้วยรางวัลที่อัดแน่นด้วยถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกและถ้วยรางวัลนานาชาติ ชมสนามจากมุมสูง VIP Box และเดินผ่านอุโมงค์ที่นักเตะใช้ออกสู่สนาม
ทิปสำหรับนักท่องเที่ยว: มาดริดมีสนามสองแห่งที่คู่ปรับกัน Bernabéu และ Metropolitano (สนามของ Atlético Madrid) ทั้งสองอยู่ไม่ไกลกัน สามารถ Tour ทั้งสองสนามได้ในวันเดียว

3. Old Trafford — แมนเชสเตอร์ อังกฤษ
ข้อมูลสำคัญ:
ความจุ: 74,310 คน (ใหญ่สุดในพรีเมียร์ลีก)
เปิดใช้งาน: 1910
ที่อยู่: Sir Matt Busby Way, Manchester
ที่รู้จักกันในชื่อ "Theatre of Dreams" Old Trafford คือสนามที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในอังกฤษที่ยังใช้งานอยู่ สนามนี้ถูกทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 ต้องใช้สนามของ Manchester City ชั่วคราว ก่อนจะสร้างใหม่อีกครั้งด้วยความช่วยเหลือจาก FIFA
สนามนี้เคยเห็น Sir Bobby Charlton, George Best, Eric Cantona, David Beckham, Cristiano Ronaldo (ยุคแรก) และ Wayne Rooney สร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืม ภายใต้ตำนาน Sir Alex Ferguson ที่คุมทีม 27 ปีและชนะพรีเมียร์ลีก 13 สมัย
Stadium Tour: Old Trafford Museum and Tour เปิดทุกวัน ยกเว้นวันแข่ง Tour ครอบคลุมห้องแต่งตัวในตำนาน ห้องสื่อมวลชน dugout และห้องแสดงถ้วยรางวัล Manchester United มีการจัดแสดงชุดของ Sir Matt Busby และเรื่องราวของ Munich Air Disaster ปี 1958 ที่ทำให้ทีมสูญเสียผู้เล่นหลายคน
ทิปสำหรับนักท่องเที่ยว: ถ้าสนาม Old Trafford กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา (มีแผนสร้างใหม่) ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง บรรเวณรอบสนามมีของที่ระลึกและร้านอาหารมากมาย

4. Wembley Stadium — ลอนดอน อังกฤษ
ข้อมูลสำคัญ:
ความจุ: 90,000 คน (ใหญ่สุดในอังกฤษ)
เปิดใช้งาน: 2007 (สร้างใหม่)
ที่อยู่: Wembley, London HA9 0WS
Wembley เก่าถูกรื้อทิ้งในปี 2003 หลังรับใช้มาตั้งแต่ปี 1923 Wembley ใหม่ที่สร้างแทนนั้นยิ่งใหญ่กว่าเดิม มี ประตูโค้ง (Arch) สูง 133 เมตรที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของสนาม มองเห็นได้จากระยะไกลในลอนดอน
Wembley เป็นสถานที่จัดนัดชิงชนะเลิศของทุกการแข่งขันสำคัญของอังกฤษ ทั้ง FA Cup Final, League Cup Final และการแข่งขันทีมชาติอังกฤษ รวมถึงเคยจัดการแข่งขันของ Euro 2020 และรอบชิง
ทิปสำหรับนักท่องเที่ยว: Wembley ยังจัดคอนเสิร์ตใหญ่และกิจกรรมอื่นๆ ตลอดปี หากไม่ได้ชมกีฬา ยังสามารถเข้า Stadium Tour ได้ในวันที่ว่าง สถานีรถไฟใต้ดิน Wembley Park อยู่ไม่ไกล

5. Allianz Arena — มิวนิค เยอรมนี
ข้อมูลสำคัญ:
ความจุ: 75,000 คน
เปิดใช้งาน: 2005
ที่อยู่: Werner-Heisenberg-Allee 25, Munich
Allianz Arena คือสนามที่สวยงามที่สุดด้านสถาปัตยกรรมในยุโรป ออกแบบโดย Herzog & de Meuron สถาปนิกชาวสวิส ผนังด้านนอกทำจาก Ethylene Tetrafluoroethylene (ETFE) ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ สีแดงเมื่อ Bayern Munich เล่นเป็นเจ้าบ้าน สีน้ำเงินเมื่อ TSV 1860 Munich เล่น และสีขาวสำหรับทีมชาติเยอรมนี
Bayern Munich ทีมที่ชนะ Bundesliga มากที่สุดตลอดกาลและเป็นทีมแชมป์ Champions League ใช้สนามนี้เป็นบ้าน บรรยากาศในสนาม Allianz Arena เมื่อ Bayern เล่นถือเป็นหนึ่งในบรรยากาศสนามที่ดีที่สุดในยุโรป
ทิปสำหรับนักท่องเที่ยว: มิวนิคเป็นเมืองที่ง่ายต่อการเดินทาง มี U-Bahn (รถไฟใต้ดิน) เชื่อมตรงถึงสนาม ควรผสมการเยี่ยมชมสนามกับการท่องเที่ยวในเมืองมิวนิค เช่น Marienplatz และ Hofbräuhaus

6. San Siro (Giuseppe Meazza) — มิลาน อิตาลี
ข้อมูลสำคัญ:
ความจุ: 75,923 คน
เปิดใช้งาน: 1926
ที่อยู่: Piazzale Angelo Moratti, Milan
San Siro คือสนามที่ไม่เหมือนใครในโลก เพราะเป็น สนามร่วม ของสองสโมสรคู่อริอย่าง AC Milan และ Inter Milan ตลอด 100 ปี สนามนี้เป็นที่จัดการแข่งขัน Champions League Finals หลายครั้ง และเคยเห็น Ronaldo (บราซิล), Shevchenko และ Zanetti สร้างประวัติศาสตร์
ทิปสำหรับนักท่องเที่ยว: มีข่าวว่าทั้ง AC Milan และ Inter อาจสร้างสนามใหม่แยกกัน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุด Stadium Tour ที่ San Siro มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจมากสำหรับแฟนเซเรีย อา

7. Anfield — ลิเวอร์พูล อังกฤษ
ข้อมูลสำคัญ:
ความจุ: 61,276 คน
เปิดใช้งาน: 1884
ที่อยู่: Anfield Road, Liverpool L4
Anfield มีชื่อเสียงที่สุดจาก "You'll Never Walk Alone" เพลงเชียร์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Liverpool FC และดังก้องไปทั่วโลก Kop Stand ของ Anfield คือหนึ่งในมุมสนามที่บรรยากาศดีที่สุดในฟุตบอลโลก
ทิปสำหรับนักท่องเที่ยว: Liverpool เป็นเมืองที่มีสีสันทางวัฒนธรรม ผสมการเยี่ยม Anfield กับการชม Beatles Story Museum ที่ Albert Dock ประสบการณ์แบบอังกฤษแท้ๆ

แผนการเดินทางที่แนะนำ
Route 1 — Spanish Football Trail (7 วัน) บาร์เซโลน่า (Camp Nou) → มาดริด (Santiago Bernabéu + Metropolitano) → เดินทางโดยรถไฟความเร็วสูง AVE
Route 2 — English Football Heritage (5 วัน) ลอนดอน (Wembley + Emirates + Stamford Bridge) → แมนเชสเตอร์ (Old Trafford) → ลิเวอร์พูล (Anfield)
Route 3 — European Grand Tour (14 วัน) เริ่มที่ลอนดอน → แมนเชสเตอร์ → อัมสเตอร์ดัม (Johan Cruijff ArenA) → มิวนิค (Allianz Arena) → มิลาน (San Siro) → มาดริด → บาร์เซโลน่า
สรุป
การท่องเที่ยวสนามกีฬาในยุโรปไม่ใช่แค่การดูสนาม มันคือ การสัมผัสประวัติศาสตร์ ที่ถูกสั่งสมมาเป็นศตวรรษ เดินในอุโมงค์เดียวกับที่ตำนานเดิน นั่งบนม้านั่งที่ผู้คนหลายล้านเคยนั่ง และได้ยินเสียงก้องของสนามที่ว่างเปล่าที่บอกว่ามันเคยเต็มแน่นมาแล้วหลายร้อยครั้ง
ประสบการณ์เหล่านี้ไม่มีถ้วยรางวัลใดมอบให้ได้ แต่มันจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป
22 เม.ย 2569
27 เม.ย 2569